รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้กรมสรรพากร ประสานงานกับกรมบัญชีกลางเพื่อตรวจสอบการเสียภาษีของข้าราชการที่มีรายได้ตั้งแต่เดือนละ 30,000 บาทขึ้นไป ว่าได้ยื่นแบบและจ่ายภาษีครบถ้วนหรือไม่ เนื่องจากเบื้องต้นพบว่ามีข้าราชการจำนวนมาก ที่เสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย ต่ำกว่าภาษีต้องเสียจริง เมื่อถึงปลายปีไม่ยื่นแบบเสียภาษีบุคคลธรรมดาและชำระภาษีเพิ่มให้ครบตามที่กำหนดไว้ หากตรวจสอบแล้ว จะช่วยทำให้การเก็บภาษีของกรมสรรพากรที่ต่ำกว่าเป้าหมายปรับตัวดีขึ้น
ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้เร่งให้กรมสรรพากรเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บภาษีทุกทางทั้งขยายฐานภาษีใหม่ การเก็บจากฐานภาษีที่อยู่ในระบบอยู่แล้วได้ครบถ้วนเนื่องจากการเก็บภาษีของกรมสรรพากรปีนี้คาดว่าจะต่ำกว่าเป้าหมาย 100,000 ล้านบาท จากปีที่แล้วที่ต่ำกว่าเป้าหมาย 160,000 ล้านบาท ทำให้ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้โดยรวมของประเทศ
สำหรับการเก็บภาษีของ 3 กรมภาษี เดือนพ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเดือนที่ 2 ของปีงบประมาณ 58 กรมสรรพากรเก็บภาษีต่ำกว่าเป้าหมาย 4,545 ล้านบาทหรือ 3.7% เนื่องจากการเก็บภาษีนิติบุคคลเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมายถึง3,000 ล้านบาท จากอัตราภาษีที่ปรับลดลงและผลประกอบการของเอกชนที่ไม่ดี ตามภาวะเศรษฐกิจที่ตกลงมาก ขณะที่ กรมสรรพสามิตเก็บภาษีต่ำกว่าเป้าหมาย 3,102 ล้านบาท หรือ 8.7% เนื่องจากภาษีรถยนต์ ภาษีเบียร์ และสุรา ต่ำกว่าเป้าหมาย คาดว่าการจัดงานมอเตอร์เอกซ์โปช่วงปลายเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา และการบริโภค อุปโภค เทศกาลปีใหม่จะช่วยให้เก็บภาษีได้ดีขึ้น
ขณะที่ กรมศุลกากรเก็บภาษีต่ำกว่าเป้าหมาย 987 ล้านบาท หรือ 10.3%เนื่องจากมูลค่าการนำเข้าต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ค่อนข้างมาก ซึ่งการเก็บภาษีของ 3 กรมภาษีรวมกันสูงถึง 8,000 ล้านบาทจะทำให้การเก็บรายได้รวมของประเทศในเดือน พ.ย.57ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ไปด้วย
รายงานข่าว กล่าวว่า หากเศรษฐกิจไทย ปี 58 ขยายตัวได้ดีเกิดการเบิกจ่ายงบประมาณได้ตามโครงการต่าง ๆที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)ซึ่งจะเกิดการลงทุนและการจ้างงานจำนวนมากน่าจะส่งผลทำให้การเก็บภาษีและรายได้ของประเทศดีขึ้นกว่าปัจจุบันซึ่งจะช่วยไม่ให้การจัดเก็บรายได้ภาพรวมของ 3 กรมภาษีไม่ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้มากเกินไป
ข้อมูลดีๆจาก : dailynews.co.th