เหลือเวลาอีก 10 กว่าวัน ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่กันอีกครั้ง และเป็นไปตามธรรมเนียมที่ไม่ว่าใครเข้ามาเป็นรัฐบาล ก็ต้องจับจ้องหาของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนคนไทยทุกปี เช่น เดียวกับรัฐบาล ’บิ๊กตู่“ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่งัดของขวัญปีใหม่ออกมามอบให้คนไทยส่งท้ายปีเป็นที่เรียบร้อย

แม้ของขวัญที่ออกมา...จะกลายเป็นเรื่องโอละพ่อ! ไม่ได้ใจประชาชนคนไทย เพราะกลายเป็นของกระจิริด ไม่หวือหวาดั่งที่คาดที่สำคัญยังกลายเป็น “เรื่อง” ที่หน่วยงานต้องทำตามปกติอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของมาตรการภาษี หรือการจัดงานลดราคาสินค้า ที่เป็นเนื้อเป็นหนังกระชากใจใครหลายคนได้ คงเป็นเรื่องการปรับขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการเกือบ 2 ล้านคน อีกคนละ 4% รวมถึงการเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวให้กับข้าราชการชั้นผู้น้อย ที่รัฐบาลยอมทุ่มเงินงบประมาณจำนวนมากลงไปอัดฉีด

ณ เวลานี้ ต้องยอมรับว่า เศรษฐกิจไทยแทบไม่ไปไหน แม้ช่วงแรกของการยึดอำนาจ...จะได้ใจของคนไทยไปครองเกือบเต็มดวง แต่เรื่อยมานานวันเข้า ผลงานของรัฐบาล “ท็อปบู๊ต” กลับไม่เป็นที่ถูกอกถูกใจคนไทยเท่าใดนัก โดยเฉพาะผลงานด้านเศรษฐกิจที่ได้เพียงสอบผ่านเล็กน้อย คือ 5.89 คะแนนจาก 10 คะแนนเต็มขณะที่ “ของขวัญ” ที่คนไทยอยากเห็น ยังกลายเป็นมาตรการที่เป็นหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานที่ต้องทำอยู่แล้ว แทนที่จะเป็นของขวัญกระชากใจคนไทย แต่ไม่ว่าจะเป็นมาตรการหรือเป็นของขวัญ หลายฝ่ายก็เชื่อกันว่าคงผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตขึ้นได้บ้างในอนาคต

ขณะที่การขึ้นเงินเดือนข้าราชการและค่าครองชีพที่ใช้เงินรวมกันแล้วกว่า 24,400 ล้านบาทต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยตรงอาจผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตได้ประมาณ 0.1% ในปี 58 แต่ในปี 57 นี้ไม่ต้องคาดหวังเพราะเงิน 2,000 ล้านบาทต่อเดือนนั้นจะถึงมือราชการก็ประมาณปลายเดือนธ.ค.57 ขณะที่มาตรการอื่น ๆ เป็นเพียงการอำนวยความสะดวก การช่วยเหลือให้หลุดพ้นการเป็นหนี้นอกระบบ การกระตุ้นให้ใช้จ่ายโดยลดราคาสินค้ามาเป็นตัวดึงดูด เป็นต้น

ดังนั้น...การจะคาดหวังให้เศรษฐกิจในปี 57 นี้เติบโตได้มาก กว่า 1% คงเป็นเรื่องยาก แต่ผลของมาตรการที่รัฐบาลพรั่งพรูออกมาเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยทั้งประเทศ คงเกิดขึ้นบ้างในปี 58 ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น คงต้องกลับมาย้อนดูผลงานกันอีกครั้งว่าจะเป็นไปตามที่วาดฝันไว้หรือไม่?
ตั้งนาโนไฟแนนซ์

เริ่มของขวัญชิ้นแรก จากกระทรวงการคลังกันก่อน กับมาตรการปล่อยสินเชื่อให้รายย่อย หรือนาโนไฟแนนซ์ เพื่อช่วยให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยมีเงินทุนประกอบอาชีพ และช่วยแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ที่หมักหมมมานาน โดยเปิดกว้างให้ใครก็ได้ที่มีเงินทุนไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท มาปล่อยกู้ให้กับรากหญ้ารายละไม่เกิน 1 แสนบาท คิดดอกเบี้ยไม่เกินเดือนละ 3% หรือ 36% ต่อปี
ขายพันธบัตรแสนล้าน

ส่วนอีกมาตรการ กลายเป็นเรื่องของคนมีเงิน คือ การออกพันธบัตรออมทรัพย์ 1 แสนล้านบาท ขายให้ประชาชนทั่วไป ซื้อเก็บไว้เป็นการออมเงินระยะยาว มีดอกเบี้ยสูงกว่าปกติซึ่งใกล้เคียงกับ 4% แบ่งเป็น 2 ประเภท คือพันธบัตรรัฐบาล อายุ 10 ปี วงเงิน 50,000 ล้านบาท และพันธบัตรของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) อายุ 5 ปี วงเงิน 50,000 ล้านบาท ลอตแรก เปิดขายวันที่ 12-16 ม.ค. 58 จำกัดวงเงิน ไม่เกินรายละ 2 ล้านบาท และในวันที่ 19-20 ม.ค. 58 จะเปิดให้ซื้อได้ไม่จำกัดวงเงิน
ลดภาษีช่วยเอสเอ็มอี

ขณะเดียวกันกระทรวงการคลัง ยังรื้อโครงสร้างการเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลของเอสเอ็มอีใหม่ เดิมที่เก็บภาษีกับเอสเอ็มอีที่มีกำไรสุทธิ 300,000-1 ล้านบาท ในอัตรา 15% ต่อปี และกำไร 1-3 ล้านบาทเก็บภาษี 20% ต่อปี ขยายฐานให้กว้างขึ้นเป็นเก็บภาษีเอสเอ็มอีที่มีกำไรสุทธิตั้งแต่ 300,000 บาท ไปจนถึง 3 ล้านบาท คิดภาษีในอัตรา 15% เท่านั้น ส่วนที่เกิน 3 ล้านบาท ก็ให้เก็บภาษี 20% คาดว่า จะครอบคลุมเอสเอ็มอี 28,000 ราย โดยรัฐยอมสูญเสียรายได้ 1,900 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ยังปรับลดและยกเว้นภาษีศุลกากรให้กับวัตถุดิบ เครื่องมือ เครื่องจักรอุปกรณ์ รวม 1,532 รายการ สูญเงินปีละ 6,100 ล้านบาท เพื่อช่วยผู้ผลิตทุกคน

งัดมุกเก่าขายของถูก70%

ด้านกระทรวงพาณิชย์ ได้งัดมาตรการเก่ง จัดมหกรรมลดราคาสินค้า 20-70% ในทุกห้างสรรพสินค้า ตั้งแต่วันที่ 24-30 ธ.ค.นี้ ขณะที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้จัดทำรถเคลื่อนที่ เพื่อไปรับจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาให้กับประชาชน ส่วนกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัดมหกรรมเมกา เซลส์ ขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ส่วนกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศจะเปิดตัวศูนย์ข้อมูล ให้ภาคเอกชนได้เข้ามาใช้บริการในการค้นหาอัตราภาษีสินค้าส่งออก

อุตสาหกรรมอัด 5 โครงการ

ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรม ได้จัดกิจกรรม “อุตสาหกรรม คืนความสุขประชาชน” 5 โครงการ ส่วนใหญ่เป็นโครงการลดราคาสินค้า รวมถึงลดค่าธรรมเนียมให้ผู้ประกอบการกว่า 80,000 โรงงาน โดยโครงการแรก จะจัดคาราวานรถสินค้าราคาโรงงาน 9 รายการ เช่น ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำมันพืช น้ำตาล ซอสปรุงรส และอาหาร กระจายออกไปขายใน 9 ชุมชนใหญ่ในเขตกรุงเทพฯ ที่ราคาถูกกว่าท้องตลาด 30-40% ในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ รวมถึงการมอบถุงของขวัญให้ทหารที่เจ็บป่วย ขณะที่นิคมอุตสาหกรรมได้ร่วมจัดกิจกรรม “นิคมอุตสาหกรรมส่งความสุขให้ชุมชน” ตลอดเดือนธ.ค.ด้วย

ขึ้นทางด่วนฟรี 10 วัน

เช่นเดียวกับ กระทรวงคมนาคม ที่เริ่มส่งของขวัญคืนความสุขประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 57-5 ม.ค.58 โดยยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 กรุงเทพฯ-ชลบุรี และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 บางปะอิน-บางพลี ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 57 เวลา 16.00 น.- 4 ม.ค.58 เวลา 24.00 น. ส่วนการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เตรียมยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษบูรพาวิถี ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 57 เวลา 00.01 น.-
4 ม.ค. 58 เวลา 24.00 น. พร้อมตั้งจุดบริการ “ตรวจรถก่อนใช้ เดินทางปลอดภัย” ด้วย ขณะที่กระทรวงคมนาคมได้สั่งให้ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เสริมเที่ยวรถ 9,591 เที่ยว เพื่อรองรับผู้โดยสารกว่า 1.61 ล้านคน ขสมก.เสริมเที่ยววิ่งรถเมล์ 38,680 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 13.6 ล้านคน การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เสริมเที่ยวรถไฟ 21 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 9.6 แสนคน แถมสำทับให้รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ เสริมเที่ยววิ่งอีก 52 เที่ยวด้วยเช่นกัน

กดเอทีเอ็มทั่วประเทศฟรี

ส่งท้ายที่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้จัด 3 โครงการรับเทศกาลปีใหม่ เริ่มต้นด้วยการจับมือสมาคมธนาคารไทย ยกเว้นค่าธรรมเนียมเอทีเอ็ม เมื่อกดเงินข้ามแดน และข้ามธนาคารในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค. 57-4 ม.ค. 58 เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายในช่วงวันหยุดเพิ่มขึ้น และยังร่วมกับบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ปั๊มน้ำมันให้เป็นศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว ด้วยการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบครัน และขอแรงเด็กปั๊ม รับหน้าที่เป็นไกด์ชั่วคราว สามารถชี้แจงและให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวในเบื้องต้นได้กับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง และเส้นทางที่จะเดินทางไป โดยจะเริ่มในถนนเส้นหลักข้ามจังหวัดต่าง ๆ ก่อน ประมาณ 300 แห่งทั่วประเทศ

ส่วนสุดท้าย คือ การมอบของขวัญให้ประชาชนถ่ายภาพ
การเดินทางท่องเที่ยว พร้อมติดแท็ก #ThailandOnly ที่ภาพในอินสตาแกรม ซึ่งจะมีการดึงภาพจากแท็กดังกล่าวมาโชว์บนบีทีเอสและ จอแอลอีดีบนถนนต่าง ๆ พร้อมให้เครดิตกับผู้ถ่ายภาพ ซึ่งผู้ที่ได้แชร์ภาพจะมีโอกาสลุ้นรับรางวัลท่องเที่ยว 12 เมืองต้องห้ามพลาดฟรี จำนวน 100 รางวัลด้วย

ทั้งหมด...คือสารพัดของขวัญที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ได้สรรหามามอบให้คนไทยทั้งประเทศ ส่วนจะช่วยกระตุกกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงใด คงต้องจับตาดูกันต่อไป!

วสวัตติ์ โอดทวี


ข้อมูลดีๆจาก : dailynews.co.th
 
Top