เมื่อวันที่ 13 ส.ค. นายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีต ส.ส.นนทบุรี และกรรมการกิจการพรรคเพื่อไทย กล่าวยืนยันว่า พรรคเพื่อไทย จะไม่ส่งคนเข้าสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพราะเห็นว่าไม่เหมาะสม ขอวิจารณ์อยู่วงนอกตามระบอบประชาธิปไตย หากเห็นว่าสิ่งใดเป็นประโยชน์ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และ สปช.ก็หยิบเอาไปใช้ได้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามหากจะมีคนในพรรคบางคนอยากเข้าไปเป็น สปช. หรืออาจได้เป็นตัวแทนจากจังหวัด หรือมีความสัมพันธ์ส่วนตัว จะเข้าไปทำหน้าที่ก็ถือเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ยืนยันว่าในนามพรรคเพื่อไทยคงไม่มีการเสนอชื่อ

นายอุดมเดช กล่าวอีกว่า อยากฝากให้ สปช.ทุกคนที่จะมาทำหน้าที่ตระหนักถึงการปฏิรูปอย่างเป็นรูปธรรมแท้จริง ควรคำนึงถึงหลักสากล การยอมรับจากต่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องความเป็นธรรม การใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคกัน ทุกวันนี้ความขัดแย้งแตกแยกเกิดขึ้นเพราะเรื่องเหล่านี้ มีการใช้กฎหมายหลายมาตรฐาน ขอร้องว่าอย่ามีธงว่าจะจัดการใคร หรือกลุ่มใด ขณะเดียวกันขอให้ดูเรื่องการปฏิรูประบบราชการ การปฏิรูประบบสาธารณูปโภคต่าง ๆด้วย ส่วนตัวเห็นว่ารัฐบาลชุดใหม่มาก็หนีไม่พ้นทำรูปแบบเดียวกับรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มา ซึ่งตนติดใจว่ารัฐบาลที่แล้วถูกเบรกโครงการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท แต่พอมาตอนนี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เสนอ 2.4 ล้านล้านบาท คนที่เคยวิพากษ์วิจารณ์ทำไมเงียบหายไปหมด ไม่รู้ว่ามาตรฐานมันอยู่ตรงไหน 

ขณะที่ทางพรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค กล่าวเช่นเดียวกันว่า พรรคจะไม่เสนอชื่อใครเข้าร่วมเป็นสมาชิก สปช. แต่จะเสนอเป็นความเห็นเท่านั้น เพราะประชาชนไม่อยากให้นักการเมืองเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ส่วนสมาชิกคนใดจะเข้ารับการสรรหาก็ต้องไปในนามส่วนตัวหรือนิติบุคคล ซึ่งจะมีปัญหากับการที่พรรคจะพิจารณาส่งลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่ ขณะเดียวกันมั่นใจว่าพรรคจะไม่ส่งนอมินีเข้ารับสรรหาเป็นสมาชิก สปช.แน่นอน ปัญหาขณะนี้มาจากคนไทยส่วนหนึ่งลืมง่ายว่าในระหว่างการชุมนุมกลุ่ม กปปส. เคยบอกให้การปฏิรูปต้องดำเนินการโดยประชาชน ไม่ให้นักการเมืองมีส่วนเกี่ยวข้อง  เพราะหากมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะมีผลประโยชน์อีก จึงต้องปล่อยให้กระบวนการปฏิรูปมีความอิสระ แต่ขณะนี้กลับตำหนิพรรคประชาธิปัตย์ว่าเมื่อมีการเปิดโอกาสให้ปฏิรูปกลับไม่เข้าร่วม ทำให้เสียโอกาสการปฏิรูป ซึ่งคนที่ตำหนิพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นคนกลุ่มเดียวกับที่เคยไม่ให้นักการเมืองร่วมปฏิรูป.


ข้อมูลดีๆจาก : dailynews.co.th
 
Top