เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ภารกิจและหน้าที่ในฐานะประธานอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งจากการตรวจสอบพบปัญหาและอุปสรรคโดยภาพรวม ดังนี้ คือ 1.การจัดทำบัญชีรับ -จ่าย ของโกดังข้าว ไม่มีความพร้อมที่จะให้ตรวจสอบ 2.โกดังหลายแห่งมีข้าวชนิดอื่นปลอมปน ไม่มีความสะอาดตามมาตรฐานของกระทรวงพาณิชย์ มีเศษวัสดุ เศษข้าวที่ร่วงหล่น ซากสัตว์ ทั้งตัวมอด ตัวไร แมลงสาบ หนู อันเป็นผลมาจากการรมยาที่ขาดมาตรฐานและการเก็บไว้นาน 3.การจัดเรียงกองข้าวในหลายโกดังไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ระยะห่างระหว่างกอง ระหว่างทางเดิน ระหว่างผนังกับริมกอง พบว่าส่วนใหญ่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน
4.หลายกรณีการจัดทำสัญญา จากการตรวจสอบสัญญาระหว่าง องค์การคลังสินค้าองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เจ้าของโกดังข้าวและเซอเวเยอร์ ไม่ตรงกัน จึงทำให้ไม่มีเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานในการตรวจสอบ และ 5.การรมยาฆ่าแมลง ในหลายกรณีเซอเวเยอร์ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคและทรัพย์สินของทางราชการ
ม.ล.ปนัดดา กล่าวต่อว่า การตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวได้มอบนโยบายการทำงาน โดยให้ทำงานเป็นทีม คณะทำงานทุกคนร่วมกันคิดร่วมกันทำและปฏิบัติงานร่วมกัน โดยใช้มติที่ประชุมในการปฏิบัติงาน การดำเนินการยึดถือตรงไปตรงมา โปร่งใส ตรวจสอบได้ในทุกกรณี รวมทั้งให้ความสำคัญกับหลักฐาน เอกสาร ภาพถ่าย และการบันทึกภาพเคลื่อนไหวเป็นสำคัญ คำนึงถึงคุณภาพ ความตรงต่อเวลา และให้คณะทำงานทุกคนยึดหลัก “การครองตน ครองคน และครองงาน”
ม.ล.ปนัดดา กล่าวอีกว่า ตนมีความเชื่อมั่นเสมอว่าความหมายของ “ข้าว” คือ ชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน จากนี้ไปทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ และเร่งรัดให้เกิดความสำเร็จบริบูรณ์โดยไม่ให้มีความเสียหายอย่างที่เกิดขึ้นเช่นนี้อีก แนวทางนี้ต้องคิดพร้อมไปกับการระบายข้าวออกสู่ตลาด เพื่อเป็นรายได้สู่แผ่นดินและพี่น้องชาวนา รวมทั้งหาคนรับผิดชอบมาลงโทษเพื่อไม่ให้ผู้ใดคิดกระทำซ้ำขึ้นอีก.
ข้อมูลดีๆจาก : dailynews.co.th