เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ที่สโมสรทหารบก เทเวศร์ นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แถลงผลการประชุม คสช.ว่า ที่ประชุม คสช.ได้มีมติเห็นชอบในหลักการของโครงการระบบเคเบิ้ลใต้น้ำระหว่างประเทศเพื่อรองรับบริการอินเตอร์เน็ตระหว่างประเทศของบริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) ในการเชื่อมอินเตอร์เน็ตของ 4 ประเทศ คือ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และฮ่องกง ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)เสนอ โดยใช้งบประมาณรวม 5,979 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นการใช้เงินกู้ประมาณ 3,289 ล้านบาท และรายได้ของทีโอที ประมาณ 2,689 ล้านบาท มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2557-2559 สำหรับเส้นทางของโครงการระบบเคเบิ้ลใต้น้ำระหว่างประเทศ มี 3 เส้นทาง คือ 1.เส้นทางเอเชีย-แอฟริกา-ยุโรป 1 (AAE1) เริ่มจากประเทศฝรั่งเศส ผ่านอิตาลี อียิปต์ ศรีลังกา อินเดีย เข้ามาในไทย ที่ จ.สตูล และสงขลา 2.เซาท์อีสต์เอเชีย-มิดเดิลอีสต์-เวสเทิร์นยุโรป 5 (SEA-ME-WE5) ซึ่งเริ่มจากฝรั่งเศส แล้วไปทางมุ่งสู่บังคลาเทศ มาเลเซีย และเข้าสู่ไทยที่ต้องมีการสร้างแบรนชิ่ง ยูนิต เพื่อรับสัญญาณ 3.เซาท์อีสต์เอเชีย-เจแปน เคเบิลซีสเท็ม(SJC) ที่เริ่มจากสิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ แล้วไปยังญี่ปุ่น

นพ.ยงยุทธ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้มอบหมายให้ บมจ.ทีโอที และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาจัดลำดับความสำคัญของเส้นทางเคเบิ้ลใต้น้ำระหว่างประเทศว่าจะดำเนินการเส้นทางใดก่อน แล้วเสนอต่อซุปเปอร์บอร์ดได้ร่วมพิจารณาด้วย รวมทั้งให้พิจารณาผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมของเส้นทางดังกล่าวด้วย สำหรับประโยชน์จากการลงทุนในโครงการนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และช่วยรองรับความต้องการบริโภคข้อมูลข่าวสารต่างประเทศของประเทศไทย อีกทั้งเป็นการยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการให้บริการอินเตอร์เน็ตแก่ประเทศเพื่อนบ้าน  อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 14 ส.ค.นี้ ปลัดกระทรวงไอซีทีจะแถลงถึงรายละเอียดโครงการดังกล่าวให้ทราบอีกครั้ง.


ข้อมูลดีๆจาก : dailynews.co.th
 
Top