เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า จากการที่ตนได้เคยยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ในขณะที่ตนยังเป็น ส.ส. เพื่อสอบถามถึงการถอดยศของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งทางผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีหนังสือตอบกลับมาถึงตน ลงวันที่ 7 ส.ค.ที่่ผ่านมา โดยผู้ตรวจการแผ่นดินได้อ้างการชี้แจงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) โดยพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)ในขณะนั้น ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้วเห็นว่าตามถ้อยคำและเจตนารมณ์ของระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ.2547 ไม่ได้กำหนดเป็นการบังคับว่าเมื่อมีเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดแล้ว ต้องดำเนินการเสนอถอดยศตำรวจเสมอไป เพราะต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงว่าเป็นการกระทำนั้นเป็นการนำความเสื่อมเสียมาสู่หมู่คณะผู้มียศตำรวจหรือไม่
นายวัชระ กล่าวต่อว่า สตช.เห็นว่าแม้การกระทำของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ลงโทษจำคุก 2 ปี จะเข้าเหตุที่จะพิจารณาเสนอข้อถอดยศพันตำรวจโท(พ.ต.ท.)ได้ตามระเบียบของ สตช. แต่การกระทำของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่เป็นเหตุให้ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก เป็นเพียงการลงนามในหนังสือยินยอมให้คุณหญิงพจมาน ชินวัตร อดีตคู่สมรส เข้าประมูลซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาด ซึ่งเป็นการกระทำตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ จึงไม่อาจถือเป็นการนำความเสื่อมเสียมาสู่หมู่คณะผู้มียศตำรวจตามเจตนารมรณ์ของ สตช. ประกอบกับพ.ต.ท.ทักษิณเป็นผู้ทำคุณประโยชน์และสร้างชื่อเสียงให้กับ สตช.อย่างมาก จึงไม่เสนอถอดยศ พ.ต.ท. ที่พ.ต.ท.ทักษิณครองอยู่
นายวัชระ ยังกล่าวถึงคำชี้ของผู้ตรวจการแผ่นดินอีก ว่า ส่วนกรณีที่ตนขอให้ตรวจสอบน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.) และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ตร.) ละเว้นการปฏิบัติหน้าโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่ไม่ดำเนินการถอดยศพ.ต.ท.ทักษิณ โดยผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาแล้วเห็นว่าบุคคลทั้งสองที่ดำรงตำแหน่งในขณะนั้นมิใช่เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการถอดยศตำรวจ ตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 เนื่องจากอำนาจดังกล่าวเป็นของ ผบ.ตร. ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงวินิจฉัยให้ยุติเรื่อง อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายของหนังสือดังกล่าว ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีความเห็นว่าในกรณีนี้ สตช.ยังไม่ได้นำเสนอข้อเท็จจริงในประเด็นที่พ.ต.ท.ทักษิณ ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาแล้วหลบหนีหมายจับ รวม 5 คดี ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และกองทะเบียนประวัติอาชญากร ดังนั้น ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงขอให้ส ตช.พิจารณาตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ.2547 และแนวทางปฏิบัติของสตช.เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกันต่อไป
"พล.ต.อ.อดุลย์ ที่เป็นผบ.ตร.ในขณะนั้น ไม่ได้ใช้หลักธรรมาภิบาลเป็นบรรทัดฐานในการพิจารณาถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ถือว่าเป็นการปฏิบัติที่สองมาตรฐาน ทั้งที่พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้อำนาจรัฐประพฤติมิชอบ สร้างความเสียหาย และทุจริตฉ้อโกงมหาศาล แต่กลับอ้างว่าเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับ สตช. แบบนี้จึงเรียกว่าประชาธิปไตยแบบไทยๆ"นายวัชระ กล่าวและว่า ตนเคยไปยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ผ่านศูนย์บริการประชาชนแล้ว และได้รับแจ้งว่าคสช.ได้ส่งเรื่องกลับไปยังสตช.ในฐานะต้นสังกัด ได้พิจารณา ซึ่งเท่ากับว่าเรื่องจะไม่มีความคืบหน้า จึงอยากให้พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้มีอำนาจเด็ดขาด ควรใช้อำนาจพิจารณาเรื่องนี้ด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม อย่าโยนเรื่องหรือปัดสวะ
นายวัชระ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ ตนจะไปสอบถามพล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาการผบ.ตร. ว่าจะมีดำเนินการตามข้อเสนอของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ให้ถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เมื่อไหร่ เพราะถ้าผบ.ตร.ไม่ปฏิบัติ ก็อาจจะมีโทษตามกฎหมายได้ ส่วนการทำหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น ตนยังมีความมั่นใจว่ายังเป็นองค์กรอิสระที่ทำงานอย่างอิสระ แม้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน จะไปดำรงตำแหน่งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) แต่ก็ถือว่ามีเกียรติมากกว่าอดีตประธานรัฐสภาคนที่แล้ว.
ข้อมูลดีๆจาก : dailynews.co.th