เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพบก(บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผู้บัญชาการทหารบก (รองผบ.ทบ.)ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ครั้งที่ 3/2557 โดยมีนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ทั้งนี้พล.อ.อุดมเดช ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาโครงการที่ค้างอยู่ในปี 56-57 ซึ่งมี 2 โครงการ คือโครงการสนับสนุนกองทุนการศึกษาและวิจัยเรื่องการอนุรักษ์พลังงาน และการให้ทุนศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเรื่องพลังงานทดแทน โครงการละ 200 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 400 ล้าน อีกทั้งการประชุมครั้งนี้ยังได้พิจารณาโครงการที่เห็นว่ามีความจำเป็นมีประโยชน์ และมีความเร่งด่วนที่น่าจะดำเนินการให้เห็นผลภายใน 1-2 ปี  6 ชุดโครงการ และได้อนุมัติงบประมาณสำหรับแผนงานดังกล่าว รวม 2,687 ล้านบาท

ประกอบด้วยชุดโครงการต้นแบบการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าพลังงาน ก๊าซชีวภาพจากหลุมฝังกลบขยะขนาดเล็ก โดยจะกระจายในส่วนราชการโดยเฉพาะหน่วยทหาร เพราะมีความพร้อม เช่น หน่วยทหารใน จ.ลพบุรี และ จ.สระบุรี ทั้งนี้หัวหน้า คสช.ได้ให้นโยบายในภาพรวมเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม ซึ่งฝ่ายสังคมและจิตวิทยาจะดูแลในภาพรวม เราได้นำมาพ่วงกับการผลิตพลังงานไฟฟ้าด้วย กรณีของโครงการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะมีโครงการที่เสริมให้เกิดความปลอดภัย เช่นการใช้โซล่าเซลล์ในพื้นที่หน่วยทหารบางหน่วย หรือตำรวจที่ปฏิบัติงานด่านตรวจต่าง ๆ การตรวจเส้นทางต่าง ๆ ก็จะเพิ่มการใช้โซล่าเซลล์ตามเสาไฟฟ้าในบางจุดที่ได้มีการกำหนดพื้นที่ไว้แล้ว ยืนยันว่าจะเป็นประโยชน์อย่างแน่นอนจากการอนุมัติงบประมาณที่ใช้จ่ายไป ไม่มีปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน เพราะหัวหน้า คสช.ได้ให้นโยบายอย่างชัดเจน

ด้านนายอารีพงศ์ กล่าวว่า เรื่องพลังงานทดแทนเป็นสิ่งสำคัญในอนาคตที่จะลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ โดยทุกวันนี้มีการนำเข้าพลังงาน 1.4 ล้านล้านบาท ในวันนี้เป็นการอนุมัติประมาณปี 57 ที่ได้มีการเบิกไปแล้ว นำมาจัดสรรใหม่ เพราะฉะนั้นการดำเนินการของโครงการต้องอยู่บนความพร้อม โดยแบ่งเป็นโครงการด้านขยะเป็นสิ่งที่ คสช.และคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเห็นตรงกันว่าต้องเกิดขึ้น เพราะเรื่องโครงการขยะ มีปัญหาสำคัญคือการนำขยะมาผลิตไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิงของโรงงานขยะ ขณะนี้ยังจัดการได้ไม่ค่อยดีในพื้นที่ต่าง ๆ ที่ผ่านมามีการทำต้นแบบใน 8 หน่วยทหาร แบ่งเป็นกองทัพบก 3 แห่ง กองทัพอากาศ 5 แห่งครอบคลุมพื้นที่ภาคกลางและภาคอีสาน เพื่อให้รู้ถึงการบริหารจัดการขยะร่วมกับท้องถิ่นเป็นต้นแบบให้ เพื่อจะได้พลังงาน ซึ่งจะส่งผลให้ประหยัดงบประมาณและการจ่ายค่าไฟของส่วนราชการลงไป

“ขอเรียกร้องให้ชุมชนลุกขึ้นมาดำเนินการในเรื่องของการกำจัดขยะ ซึ่งส่วนหนึ่งจะเป็นการช่วยเรื่องรายได้ของชุมชนด้วย เชื่อว่าภายใน 1 ปีน่าจะดำเนินการได้ สำหรับโรงงานขยะของหน่วยทหารทั้ง 8 แห่ง ส่วนที่ 2 คือโครงการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีแสงไฟส่องสว่างตั้งแต่ อ.หาดใหญ่จนถึง จ.นราธิวาส โดยใช้แอลอีดี ในภาคใต้มีปัญหาเรื่องขาดกำลังไฟ การประหยัดพลังงานภาคใต้จะเป็นการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพลังงาน นอกจากนี้ยังมีโครงการเพิ่มแสงสว่างให้กับชุมชนที่มีแผงโซล่าเซลล์บนเสาไฟเพื่อให้ชุมชนมีแสงไฟจะได้มีความปลอดภัยมากขึ้น รวมทั้งโครงการพระราชดำริ จะใช้โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ตามชุมชนชาวเขาต่าง ๆ รวมประมาณ 10 กว่าแห่ง เป็นต้น"นายอารีพงศ์ กล่าว.


ข้อมูลดีๆจาก : dailynews.co.th
 
Top