วันนี้(15 ธ.ค.)ดร.บัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร เลขาธิการคณะกรรมส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยแนวทางการส่งเสริมให้นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ได้รับความรู้ด้านศาสนาควบคู่สายสามัญและอาชีพว่า สช. รณรงค์ให้นักเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้พัฒนาทักษะด้านอาชีพต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 แล้ว โดยปัจจุบันมีโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในโครงการ 3 แห่ง มีนักเรียนประมาณ 100 คน ซึ่งในอนาคตอันใกล้สช. จะส่งเสริมให้โรงเรียนเข้าร่วมโครงการมากขึ้น เพื่อเพิ่มจำนวนผู้เรียน
ดร.บัณฑิตย์ กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมา ผู้ปกครองจะเน้นในบุตรหลานเรียนศาสนาจนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย จากนั้นจึงออกไปประกอบอาชีพ แต่งานบางประเภทกำหนดหลักเกณฑ์คุณสมบัติเฉพาะ ทำให้เด็กบางส่วนต้องไปเรียนต่อสายอาชีพระดับปวส. ในโรงเรียนอาชีวศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน ทางสช. จึงพยายามส่งเสริมให้เด็กเหล่านั้นได้มีองค์ความรู้สายอาชีพในขณะที่ยังเรียนศาสนาด้วย
"เด็กในพื้นที่มีต้นทุนทางด้านภาษาอยู่แล้ว ฉะนั้นหากเราสนับสนุนให้มีวิชาชีพที่เป็นความต้องการของภาคธุรกิจในปัจจุบัน เด็กในพื้นที่ก็จะสามารถเลือกประกอบอาชีพกับผู้ประกอบการได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างสบาย ซึ่งปัจจุบันบริษัทต่างๆ ในพื้นที่ ก็ต้องการกำลังคนจำนวนที่มากอยู่แล้ว"เลขาธิการกช. กล่าวและว่า ขณะนี้ทางสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ พยายามบูรณาการการเรียนศาสนาและการเรียนสายอาชีพเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งเสนอแนวทางปรับสัดส่วนการเรียนสายอาชีพกับสายสามัญ จาก 50 ต่อ 50 เป็น 70 ต่อ 30 ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม โดยสช. จะต้องสอบถามความเห็นของชุมชน และผู้ปกครองควบคู่กันด้วย
ข้อมูลดีๆจาก : dailynews.co.th