เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่โรงแรมรอยัล ออร์คิด เชอราตัน กรุงเทพฯ นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข แถลงภายหลังการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนบวกสาม ว่า ในที่ประชุมได้ออกมาตรการที่เป็นข้อสรุปร่วมกันหลัก ๆ อาทิ  1.การสร้างเสริมความเข้มแข็งของประเทศ และภูมิภาคอาเซียนในการรับมือการระบาดของโรคติดต่ออุบัติใหม่ที่จะเกิดในอนาคต และโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา 2.การยกระดับความร่วมมือในภูมิภาคเพื่อรับมือกับโรคติดต่อ และระดมความช่วยเหลือการระบาดของโรคในแอฟริกาตะวันตก ทั้งด้านการเงิน เครื่องมือการแพทย์ และบุคลากรในการช่วยเหลือดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ ทั้งนี้ในส่วนของประเทศไทยอยู่ในระหว่างการระดมทุน เพื่อส่งไปช่วยเหลือในประเทศที่มีโรคระบาด ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการส่งยา และเวชภัณฑ์ ไปแล้วส่วนหนึ่ง

ทางด้านนางพูนัม เกตพาล ซิงห์ ผอ.องค์การอนามัยโลกภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกยินดีให้การสนับสนุนทุกประเทศในการออกมาตราการควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ทั้งการเฝ้าระวังโรค การเตรียมสถานพยาบาล เตรียมห้องปฏิบัติการตรวจวินิจฉัยโรค เตรียมระบบควบคุมการติดเชื้อใน รพ. และการสื่อสารความเสี่ยง โดยเฉพาะการสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาขนไม่ให้เกิดการตื่นตระหนก เพราะความตื่นตระหนกของประชาชนจะเป็นวิกฤติในการระบาดของโรคติดต่อทุกชนิด ส่วนการตรวจหาเชื้ออีโบลานั้นในภาคพื้นเอเชียหลาย ๆ ประเทศในภูมิภาคอาเซียน สามารถตรวจหาเชื้อได้เอง แม้จะไม่มีห้องปฏิบัติการชีวะนิรภัยระดับ 4 ก็ตาม แต่การตรวจยืนยันเชื้อที่ยังไม่สามารถทำได้นั้น องค์การอนามัยโลก ได้มีการจัดตั้งศูนย์ตรวจในเครือข่าย ซึ่งยินดีสนับสนุนในการตรวจยืนยันเชื้อ ผ่านระบบการขนส่งที่มีมาตรฐาน

ด้านนายชิน ยง ซู ผอ.องค์การอนามัยโลก ประจำภาคพื้นเอเชียตะวันตก กล่าวว่า ประชากรในเอเชียตะวันตกมีจำนวนค่อนข้างมากคิดเป็นครึ่งหนึ่งของประชากรโลก หากเกิดการระบาดในภาคพื้นนี้จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อทั้งระบบสังคม เศรษฐกิจ อันมาจากการเดินทางติดต่อสื่อสารระหว่างกัน จึงยินดีสนับสนุนและปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมของประชุมในครั้งนี้

รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน บวกสามนั้น ผู้แทนจากองค์การอนามัยโลก ได้หยิบยกปัญหาการไปทำงานในประเทศเซียร์ราลีโอน ซึ่งเป็นพื้นที่การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา เพื่อพูดคุยและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชน พบว่าจนถึงขณะนี้ชาวเซียร์ราลีโอนยังเชื่อว่าไวรัสอีโบลาไม่มีจริง ประกอบกับระบบสาธารณสุขของประเทศดังกล่าวไม่ค่อยดี ไม่มีระบบการคัดแยกผู้ป่วยออกจากชุมชน และเกิดสงครามการเมืองทำให้การระบาดในประเทศนี้ยังค่อนข้างน่าเป็นห่วง แต่ขณะนี้องค์กรระหว่างประเทศหลายองค์กร ได้เข้าไปช่วยเหลือเรื่องการพัฒนาระบบสาธารณสุข เพื่อควบคุมป้องกันโรคติดเชื้ออีโบลา หากทำได้น่าจะทำให้สถานการณ์คลี่คลายในทางงที่ดีขึ้นภายใน 3 เดือนนี้ และอาจจะไม่มีผู้ป่วยรายใหม่เกิดขึ้น.


ข้อมูลดีๆจาก : dailynews.co.th

 
Top