เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ให้สัมภาษณ์ภายหลังกล่าวเปิดงานสัมมนา และปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนใหม่:เพื่อเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน” ถึงกรณีที่มีข่าวว่าเตรียมเข้าพบชาวสวนยาง ในการเดินทางไปร่วมงานรำลึกเหตุการณ์สึนามิที่ จ.พังงา ในวันที่ 26 ธ.ค.นี้ ว่า ถ้ามีโอกาสก็จะพบกับชาวสวนยาง ขณะนี้ราคายางในบ้านเราเกินราคาตลาดโลกสองถึงสามเท่า วันนี้รัฐบาลกำลังทำทุกอย่างที่ไม่เคยมีรัฐบาลไหนทำมาก่อน แต่เราไม่ได้ตามใจทุกเรื่อง อะไรที่ช่วยได้ก็ช่วย แต่เราต้องดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียคนอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นข้าว หรือยาง ซึ่งเดี๋ยวต้องมีปัญหาอื่น ๆ รัฐบาลต้องมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ให้เกิดการค้าการลงทุนมากขึ้น ซึ่งต้องใช้เวลา ทุกอย่างพันกันหมด รัฐบาลจะใช้เงินตรงนี้มากเกินไปไม่ได้ หากเป็นเช่นนั้นจะเอาเงินที่ไหนมาพัฒนาประเทศ

เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าก่อนสิ้นปีราคายางพารา จะเป็นไปตามที่ชาวสวนยางเรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มันไม่ได้ ตลาดข้างนอกราคาอยู่ที่ 50-60 บาท แต่ชาวสวนยาง ขอ 80 บาท ตอนนี้เราพยายามทำให้ได้ 60 บาท สำหรับข้อกังวลว่าเอกชนอาจไม่รับซื้อยางในราคา 60 บาทนั้น อยู่ระหว่างการเจรจา โดยรัฐบาลเอาเงินออกไปให้สหกรณ์ซื้อเก็บไว้ ถ้าพอใจราคาค่อยขาย เราไม่สามารถเอาเงินไปซื้อมาเก็บได้อีกแล้ว

เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรให้ชาวสวนยางรู้สึกว่าไม่ได้ถูกทอดทิ้ง นายกรัฐมนตรี เอามือมาทุบที่หน้าอกด้านซ้ายตัวเอง ก่อนตอบว่า “ส่งหัวใจให้เขา ผมไปทอดทิ้งตรงไหน เป็นห่วงเป็นใยตลอดตั้งแต่ก่อนยึดอำนาจ คิดถึงพวกเขาอยู่ ที่ทำเพราะคิดถึงพวกเขา” นายกรัฐมนตรี กล่าว และว่า รัฐบาลต้องแก้ปัญหาระยะยาว โดยการชักชวนให้นักลงทุนมาตั้งโรงงานขนาดใหญ่แปรรูปยาง โดยวันหน้าเราจะส่งออกยางให้มากที่สุดในโลก เพราะมีวัตถุดิบมากอยู่แล้ว ขอให้ชาวสวนยางอดทนไประยะหนึ่ง และต้องปรับเปลี่ยนตัวเองบ้าง ต้องดูว่าต้นทุนสูงเพราะอะไร เป็นเพราะเจ้าของสวนยางจ้างคนกรีดยางหรือเปล่า ต้องแบ่ง 60-40 ใช่หรือไม่ วันนี้ถ้าคนกรีดและเจ้าของสวนยางต้องการเงินเพิ่ม เท่ากับบวกไปเกินร้อย ขึ้นราคาไป 80-90 บาท แล้วจะไปขายใคร.


ข้อมูลดีๆจาก : dailynews.co.th

 
Top