วันที่ 6 พ.ย.ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงภายหลังการประชุมสนช.ลับ เพื่อพิจารณาวาระการถอดถอน นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา ว่า หลังจากที่สมาชิกสนช.ลงมติ ว่า สนช.มีอำนาจรับพิจารณาถอดถอนบุคคลทั้ง 2 แล้ว ซึ่งจะทำสำเนาที่สนช.มีมติรับคดีดังกล่าวไว้พิจารณา ให้ป.ป.ช.และผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบภายใน 15 วัน ตามข้อบังคับของกระบวนการถอดถอรก่อนแถลงเปิดคดี และคาดว่า ในวันที่ 24-25 พ.ย.จะมีการประชุม เพื่อแถลงเปิดคดี อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวเป็นดุลพินิจของสมาชิก คงไม่เกี่ยวกับเรื่องกลัวผิดกฎหมาย เราต้องทำตามกฎหมายอยู่แล้ว สมาชิกลงคะแนนไปตามความสุจริตใจไม่ว่า จะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียง เมื่อทำถูกต้องแล้วจะไปกลัวอะไร
เมื่อถามย้ำว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่าสนช.รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาแล้วไม่ถอดถอน นายพรเพชร ปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า ตนจะมีการเลื่อนพิจารณาการถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในความผิดโครงการรับจำนำข้าวนั้น ไม่ได้มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ การขอเลื่อนคดีไม่มีและจะเลื่อนด้วยเหตุผลใด อย่าถามในสิ่งที่สมมุติขึ้น
ด้านนพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสนช.ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)กิจการวิสามัญ สนช.(วิป สนช.) กล่าวถึงกรณีกคดีถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า คาดว่าจะแถลงเปิดคดีน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ไม่เกิน 1 สัปดาห์ หลังจากมีการประชุมไปแล้วในวันที่ 12 พ.ย. ส่วนสาเหตุที่มีการลงคะแนนลับในการพิจารณาการถอดถอนนายสมศักดิ์ และนายนิคมนั้น เนื่องจากในที่ประชุมกังวลเรื่องความวุ่นวาย และการอภิปรายอาจมีการพาดพิงบุคคลที่ 3 เมื่อพาดพิงบุคคลที่ 3 แล้วเอกสิทธิไม่คุ้มครองสมาชิกที่อภิปรายจึงมีความกังวลในเรื่องดังกล่าว
ขณะที่นายนิคม เปิดเผยภายหลังทราบมติสนช.ว่า หลังจากนี้ต้องรอหนังสือจาก สนช.ที่จะกำหนดวันให้ตนเข้าไปชี้แจง ซึ่งต้องดูรายละเอียดของหนังสือดังกล่าวก่อน โดยมติที่ออกมาก็เป็นแนวทางหนึ่ง เนื่องจากมีเพียง 2 แนวทาง ว่า สนช.จะรับหรือไม่รับไว้พิจารณา ทั้งนี้คิดว่าสงครามยังไม่จบก็คงต้องสู้ต่อไป ซึ่งก็คงต้องไปชี้แจง อย่างไรก็ตาม สำหรับการยื่นร้องต่อศาลยุติธรรม ขณะนี้ตนต้องรอดูอีกครั้งหนึ่งจะไม่ผลีผลาม เพราะผลมติที่ออกมาคะแนนรับกับไม่รับไว้พิจารณานั้น ไม่ห่างกันมากนัก ซึ่งบ่งชี้ถึงนัยยะบางอย่าง.
ข้อมูลดีๆจาก : dailynews.co.th