เมื่อวันที่ 4 พ.ย. นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ประสานมายังกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงมหาดไทย เตรียมลงพื้นที่เยี่ยมชาวนาที่ประสบปัญหาภัยแล้ง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำแม่กลอง ในช่วงกลางเดือน พ.ย.นี้ ซึ่งได้ให้กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้กำหนดพื้นที่อีกครั้ง อย่างไรก็ตามคาดว่าจะเป็นพื้นที่ทำนาปรัง ที่ได้รับกระทบจากการงดส่งน้ำของกรมชลประทานในช่วงฤดูแล้ง โดยจะลงไปรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ยังได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำ ร่วมกันวางมาตรการรับมือกับปัญหาภัยแล้ง เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อทุกภาคส่วนที่เกิดขึ้นแน่นอนในปีหน้า
นายชวลิต กล่าวอีกว่า หลังจากที่กรมชลประทาน ประกาศงดส่งน้ำทำนาปรัง ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.57 -30 เม.ย.58 แต่ล่าสุดพบว่ามีชาวนาจำนวนมากเดินหน้าทำนาปรัง กว่า 1 ล้านไร่แล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเสียหายทั้งหมดจากปัญหาภัยแล้งที่จะรุนแรงขึ้นตั้งแต่เดือน ธ.ค.เป็นต้นไป ทั้งนี้รัฐบาลยืนยันชัดเจนว่าจะไม่จ่ายเงินเยียวยาเมื่อเกิดความเสียหายจากภัยแล้ง เพราะได้ประกาศแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนหนึ่งเดือนแล้ว รวมทั้งกระทรวงมหาดไทย จะไม่ประกาศเขตพื้นที่ภัยพิบัติในพื้นที่สองลุ่มน้ำ ดังนั้นชาวนาที่ไม่เชื่อฟังและยังดื้อปลูกข้าวนาปรังต้องรับความเสี่ยงเองทั้งหมด อย่าหวังว่าปลูกไปแล้วจะได้รับการช่วยเหลือเหมือนทุกปีที่ผ่านมา
“ขอร้องชาวนาอย่าปลูกข้าวนาปรัง เพราะทำแล้วจะเสียหายหมด ลงทุนไปทั้งเมล็ดพันธุ์ ค่าน้ำมันสูบน้ำเข้านา ค่าปุ๋ย ยา จะไม่ได้คืน เพราะรัฐไม่จ่ายเงินช่วยเหลือแน่นอน และปีนี้ไม่มีน้ำจริง ๆ ถึงเวลาที่คนไทยทุกคนต้องตระหนักคุณค่าของทรัพยากรน้ำ เริ่มประหยัดน้ำอย่างจริงจัง เพราะทุกปีปล่อยให้ขยายพื้นที่ทำนาปรังจนวันนี้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำที่ส่งผลกระทบทั้งประเทศ แต่ก็ยังมีหลายพื้นที่ที่ชาวนาเชื่อฟังไม่ปลูกข้าว และไปสมัครรับจ้างทำงานขุดลอกคูคลอง กับกรมชลประทาน จำนวนมาก ซึ่งน่าดีใจที่เชื่อฟังรัฐบาล แสดงให้เห็นว่าชาวนาเริ่มเข้าใจ พร้อมปรับตัว เพื่อให้มีรายได้ในช่วงสถานการณ์ภัยแล้งต่อเนื่องถึง 6 เดือน”นายชวลิต กล่าว.
ข้อมูลดีๆจาก : dailynews.co.th