วันนี้(4พ.ย.)นายบวรเวท รุ่งรุจี อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ตามที่นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม มอบหมายให้กรมศิลปากรสำรวจพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ทั่วประเทศ เพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่โบราณสถานนั้น กรมศิลปากรจะเริ่มดำเนินการสำรวจข้อมูลการตั้งถิ่นฐานของประชาชนในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย กำแพงเพชร ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกก่อน และเท่าที่มีข้อมูลเบื้องต้นยอมรับว่าปัญหาการบุกรุกที่ดินเขตโบราณสถานดังกล่าวมีมายาวนาน โดยที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ที่มีการประกาศเขตอุทยานประวัติศาสตร์ 45 ตารางกิโลเมตร แต่มีประชาชนตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ก่อนประกาศเป็นเขตพื้นที่อุทยานแล้ว และเมื่อเป็นเขตอุทยานก็ได้กำหนดแนวเขตที่สามารถอยู่ได้อย่างชัดเจน ซึ่งประชาชนก็ไม่ได้สร้างความเสียหายแก่อุทยานแต่อย่างใด แต่ส่วนที่เป็นปัญหาคือ ประชาชนที่บุกรุกเข้ามาตั้งถิ่นฐานภายหลังการประกาศเป็นเขตพื้นที่อุทยานโดยเฉพาะในเขตอรัญญิก หรือเขตพุทธาวาส ได้มีการสร้างอาคารบ้านเรือน และรีสอร์ท ที่ไม่เหมาะสมจำนวนมาก ซึ่งขัดต่อกฏเกณฑ์ที่อุทยานกำหนดไว้ ทั้งโครงสร้างอาคาร หรือสีที่ไม่กลมกลืมกับธรรมชาติตามที่เขตมรดกโลกกำหนดไว้

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อไปว่า สำหรับอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร มีการบุกรุกเข้ามาอยู่อาศัยภายหลังการประกาศเป็นเขตพื้นที่อุทยาน และประชาชนประมาณ 80 หลังคาเรือนได้ปิดทางเข้าออกบริเวณเขตรอบนอกอุทยาน ซึ่งทางอุทยานได้พยายามเจรจาให้ย้ายออกไป แต่ชาวบ้านก็ยังไม่ยอมย้าย ดังนั้นตนจะมอบหมายให้หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์ไปจัดทำแผนการใช้เขตอนุรักษ์พื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ และกำหนดเขตพื้นที่ให้ชัดเจนว่าส่วนไหนเป็นพื้นที่คอร์โซน ที่เรียกว่า พื้นที่อุทยานในเขตชั้นใน หรือเป็นบัพเฟอร์โซนที่เรียกว่าพื้นที่อุทยานเขตชั้นนอก จากนั้นจะไปเจรจาสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านให้ทราบถึงเกณฑ์ที่อุทยานกำหนด

“กรมศิลปากรจะใช้กระบวนการสันติวิธีในการเจรจากับชาวบ้าน โดยเน้นให้มีการใช้พื้นที่ร่วมกัน ซึ่งมีความพยายามที่จะดึงชาวบ้านเข้ามาร่วมสร้างประโยชน์ในพื้นที่อุทยาน เพื่อสร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจให้หมุนเวียน ขณะเดียวกันก็ต้องการปลุกจิตสำนึกให้ชาวบ้านรู้จักอนุรักษ์ หวงแหน และภูมิใจในคุณค่ามรดกของชาติ  แต่หากยังมีการบุกรุกเพื่อประโยชน์ส่วนตัว หรือเข้ามาทำลายโบราณสถานอยู่ ก็จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง”นายบวรเวทกล่าว

  


ข้อมูลดีๆจาก : dailynews.co.th
 
Top