นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า นโยบายการปรับโครงสร้างราคาพลังงานจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่เดือนธ.ค. เป็นต้นไปหลังจากนำเรื่องเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) เร็วๆนี้ซึ่งเป็นการขออนุมัติกรอบแนวทางการปรับราคาก๊าซ และน้ำมันตลอดจนอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน โดยการปรับโครงสร้างราคาฯประกอบไปด้วยราคาน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ และดีเซล และราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี)
สำหรับราคาน้ำมันจะบริหารอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันที่เก็บจากผู้ใช้ให้เกิดความเหมาะสมโดยจะปรับขึ้นภาษีดีเซล ที่เก็บอยู่เพียง 0.75บาทต่อลิตร จากก่อนหน้านี้ที่จัดเก็บอยู่ 5บาทต่อลิตรขณะที่กลุ่มเบนซิน และแก๊สโซฮอล์เก็บภาษีอยู่ที่ 5 บาทต่อลิตร มีแผนที่จะลดการจัดเก็บภาษีลงมาเพื่อให้มีอัตราภาษีเฉลี่ยเท่าๆกัน
สำหรับการปรับโครงสร้างราคาแอลพีจีนั้นจะทยอยปรับขึ้นราคา เพื่อให้กระทบกับประชาชนน้อยที่สุด เบื้องต้นจะต้องทบทวนราคาแอลพีจีหน้าโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ที่ถูกตรึงราคาไว้ที่ 330 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันเป็นเวลากว่า 10 ปี เทียบกับราคาตลาดโลกในขณะนี้อยู่ที่ 605 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันซึ่งราคาต้นทุนที่จะนำไปสู่การปรับขึ้นราคาขายแอลพีจีทั้งครัวเรือนและขนส่ง ส่วนจะทยอยปรับอัตราเดือนละ50 สต.ต่อก.ก. หรือไม่ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
ข้อมูลดีๆจาก : dailynews.co.th