เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 4 พ.ย. ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการกิจการวิสามัญ สนช. (วิป สนช.) กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมวิป สนช.มีมติให้การประชุม สนช.วันที่ 6 พ.ย.นี้ เพื่อพิจารณาเรื่องถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา เป็นการประชุมลับและลงคะแนนลับ ว่าสนช.มีอำนาจรับเรื่องนี้ไว้พิจารณาหรือไม่ ซึ่งจะเปิดให้สมาชิกได้อภิปรายอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะประเด็นรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่จะสามารถเข้าสู่กระบวนการถอดถอนได้หรือไม่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2550 ถูกยกเลิกไปแล้ว และมาตรา 4 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ได้ให้ความคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ และเสรีภาพ และความเสมอภาค ทั้งนี้เมื่อที่ประชุมมีมติรับหรือไม่รับ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. จะทำหน้าที่แถลงชี้แจงเหตุผล
นพ.เจตน์ กล่าวต่อว่า ข้อเสนอของวิป สนช.ขึ้นอยู่กับที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ ซึ่งสมาชิกหลายคนแสดงความกังวลเกี่ยวกับการอภิปรายที่อาจส่งผลกระทบต่อบุคคลภายนอก โดยเฉพาะผู้ที่สนับสนุนของแต่ละฝ่าย จึงอยากให้เป็นการประชุมลับ เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า สนช.สายทหารจะลงมติไม่รับเรื่องเข้าสู่กระบวนการถอดถอน และบางคนอาจงดออกเสียง นพ.เจตน์ กล่าวว่า กรรมาธิการบางคนที่เป็นทหาร สนับสนุนให้ที่ประชุมรับเรื่องเพื่อเข้าสู่กระบวนการถอดถอนไปก่อน แต่กรรมาธิการบางคนให้ยืดเรื่องออกไป ซึ่งในส่วนนี้คงเป็นไปไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาได้เลื่อนการลงมติไปแล้วครั้งหนึ่งก็ยังถูกด่า ส่วนประเด็นความปรองดองก็เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงและพูดคุยกัน แต่ถึงที่สุดก็ต้องยึดหลักของกฎหมาย
นพ.เจตน์ ยังกล่าวถึงกล่าวถึงกรณีที่นายดิเรก อิงคนินันท์ ประธานศาลฎีกา ทำหนังสือท้วงติงมายังประธาน สนช.ถึงการคัดเลือกนายเมธี ครองแก้ว เป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ผู้ทรงคุณวุฒิ ว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นที่ยุติแล้ว โดยนายพรเพชร จะทำหนังสือถึงประธานศาลฎีกา เพื่อยืนยันว่าคณะกรรมาธิการพิจารณาสรรหาบุคคลเข้าสู่ตำแหน่ง รวมทั้งได้ตรวจสอบคุณสมบัติ และประวัติ ของผู้ได้รับการเสนอชื่ออย่างสมบูรณ์ครบถ้วนแล้ว โดยนายเมธี ไม่มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ส่วนคดีที่นายเมธี ถูกฟ้องที่ศาลอาญา ขณะนี้ศาลยังไม่รับฟ้องทั้ง 4 คดี จึงถือว่าคดียังไม่ถึงที่สุด.
ข้อมูลดีๆจาก : dailynews.co.th