วันนี้ (4 พ.ย.) รศ.นพ.กำจร ตติยกวี เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวถึงกรณีที่ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ มอบให้ ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร รมช.ศึกษาธิการ ตรวจสอบโครงการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศ 11 ศูนย์ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) โดยเฉพาะในส่วนของงบประมาณ 9,000 ล้านบาท ที่จะกู้มาจากสถาบันการเงินต่างประเทศว่า ขณะนี้ได้ชี้แจงทำความเข้าใจในเบื้องต้นกับ รมช.ศึกษาธิการแล้ว โดยในส่วนของงบฯ 9,000 ล้านบาทนั้น เป็นงบฯ ที่จะนำมาใช้จัดซื้ออุปกรณ์ และเครื่องมือวิจัยที่ทันสมัยให้แก่ศูนย์ความเป็นเลิศทั้ง 11 แห่ง เพราะขณะนี้อุปกรณ์ที่มีอยู่ค่อนข้างเก่า และไม่ทันสมัย หากไม่มีการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ก็จะไม่ทันกับวิทยาการที่กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว อีกทั้งงบฯ ดังกล่าวก็ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.)ชุดที่ผ่านมาแล้ว แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลใหม่คงต้องเสนอขอความเห็นชอบจาก ครม.อีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการต่อได้
ต่อข้อถามว่า การที่ รมว.ศึกษาธิการ สั่งให้ตรวจสอบโครงการฯ เพราะกังวลเรื่องการทุจริตใช่หรือไม่ รศ.นพ.กำจร กล่าวว่า เรื่องนี้ รมว.ศึกษาธิการ ไม่ได้กังวลเรื่องการทุจริต เพราะการดำเนินงานที่ผ่านมามีความโปร่งใสอยู่แล้ว และเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างก็ตรงไปตรงมา จึงไม่มีปัญหา แต่ที่ รมว.ศึกษาธิการกังวลคือ เรื่องความซ้ำซ้อนของงบฯ ระหว่างศูนย์ความเป็นเลิศ กับมหาวิทยาลัยวิจัย ซึ่งเรื่องนี้ได้ชี้แจงแล้วว่าไม่ซ้ำซ้อน เพราะเป็นงบฯ ที่ใช้คนละส่วนกัน โดยศูนย์ความเป็นเลิศ ตั้งขึ้นเพื่อสร้างความเป็นเลิศให้แก่ประเทศชาติในด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีต่างๆ จะเป็นศูนย์รวมของนักวิจัยทั่วประเทศจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่มีความสามารถเฉพาะทาง ซึ่งจะทำให้สามารถตอบโจทย์ปัญหาต่างๆ ของประเทศได้ ส่วนมหาวิทยาลัยวิจัยนั้น เป็นการสร้างความเป็นเลิศด้านการวิจัยของแต่ละมหาวิทยาลัย เพื่อแข่งขันกับนานาประเทศ.
ข้อมูลดีๆจาก : dailynews.co.th