เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 พ.ย. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานโดยที่ประชุมมีมติให้เลื่อนวาระการพิจารณารายงานและสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)กรณีกล่าวหานายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และกล่าวหานายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา กรณีดำเนินการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ  พ.ศ.2550 เกี่ยวกับที่มาส.ว. เป็นการกระทำที่ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญปี2550 ว่า เป็นความผิดที่อยู่ในอำนาจของสนช. ที่จะถอดถอน ตามข้อบังคับการประชุม สนช.หรือไม่ ซึ่งเป็นการพิจารณาต่อจากการประชุมสนช. เมื่อวันที่ 17ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งวาระดังกล่าวอยู่ในระเบียบวาระการประชุมลำดับที่ 7 เรื่องอื่น ๆ

โดยนายพรเพชร แจ้งที่ประชุมว่า ขณะนี้เรื่องถอดถอนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมของสนช.แล้ว ดังนั้นสมาชิกสนช. ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมข้อ 161  ต้องวางตัวเป็นกลาง เที่ยงธรรม ไม่กล่าวหรือแสดง  ไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ ซึ่งจะทำให้การพิจารณา  และการวินิจฉัยของที่ประชุมต้องเสียความยุติธรรม โดย 1. วิพากษ์ต่อสาธารณะในลักษณะไม่เหมาะสมต่อความเป็นกลาง  2.การให้ความเห็นต่อสาธารณะโดยประสงค์จะบ่งบอกว่าตนจะมีมติเช่นใด  3.ให้ความเห็นในหมู่สมาชิกอันเป็นการแสดงผิดจากข้อเท็จจริงหรือวิพากษ์  โดยไม่เที่ยงธรรมที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของบุคคลที่เกี่ยวข้อง  และ  4.ชักจูงหรือชี้แนะให้สมาชิกมีมติไปในทางใดในลักษณะเสื่อมเสียแก่เกียรติศักดิ์ของการเป็นสมาชิก  

จากนั้นนายสมชาย แสวงการ สนช.เสนอญัตติให้พิจารณาเรื่องนี้เป็นการประชุมลับ แต่สมาชิกสนช.บางส่วนไม่เห็นด้วยที่จะมีการประชุมลับ  อาทิ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ นายตวง อันทะไชย  โดยนายวัลลภ กล่าวว่าการประชุมเมื่อวันที่ 17  ต.ค. ที่เป็นการประชุมลับ สมาชิกแสดงความคิดเห็นหมดแล้วจึงไม่ควรมีอะไรเป็นความลับอีก วันนี้เป็นเพียงการพิจารณาว่า  สนช.มีอำนาจรับเรื่องนี้ไว้พิจารณาหรือไม่ ถือเป็นเรื่องใหญ่  และสนช.กำลังเป็นหินลองทอง  สังคมกำลังจับตาดูอยู่  จึงอยากให้ประชุมเปิดเผยว่า หากมีมติรับ หรือ ไม่รับ คืออะไร

ส่วนนพ.เจตน์ กล่าวว่า การประชุมวันนี้ ควรอภิปรายข้อกฎหมายไม่ควรให้สภาเสียเวลาย้อนกลับไปอภิปรายข้อเท็จจริงอีกข้อกฎหมายก็ไม่มีอะไรที่พาดพิงบุคคลที่ 3 หากประชุม เปิดเผย ประชาชนจะได้ทราบว่า สนช.มีประเด็นอะไร อำนาจที่ตกลงกันมีอำนาจหรือไม่ เพราะขณะนี้มีความเห็นแบ่งเป็น 2 ขั้ว หากประชุมลับประธานสนช. ต้องแถลงข่าวและไม่สามารถเก็บรายละเอียดสมาชิกได้มากเพียงพอ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า  หลังสมาชิกสนช.ถกเถียงว่า จะต้องพิจารณาวาระดังกล่าวเป็นการประชุมลับหรือไม่ ที่สุดนายพรเพชรให้สมาชิกลงมติ ปรากฏว่า ที่ประชุมมีมติด้วยคะแนน 96 ต่อ 1 คะแนน ให้ประชุมลับและไม่ลงคะแนน 75 คะแนน ทำให้ที่ประชุมต้องพิจารณาวาระดังกล่าวเป็นการประชุมลับ โดยเริ่มเวลา10.50 น.

 


ข้อมูลดีๆจาก : dailynews.co.th
 
Top