เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 4 พ.ย.57 ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค นักเตะ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ชุดทำศึกชิงแชมป์อาเซียน "เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ" ได้เข้ารายงานตัว เพื่อเตรียมฝึกซ้อมกับ นายเกษม จริยวัฒน์วงศ์ ผู้จัดการทีม และ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอน จากนั้นช่วงเย็น ซิโก้ ให้นักเตะลงสระน้ำในโรงแรมเพื่อผ่อนคลายกลามเนื้อ ก่อนที่ช่วงค่ำ จะพบปะกับแฟนบอลราวร้อยกว่าคนที่มาให้กำลังใจ ก่อนที่วันรุ่งขึ้นจะเดินทางไปเก็บตัวที่ กิเลนวัลเล่ย์ จ.นครราชสีมา ยกเว้นนักเตะจาก ชลบุรี เอฟซี กับ บางกอกกล๊าส เอฟซี ที่ติดภาระกิจทำศึกมูลนิธิไทยคม เอฟเอคัพ รอบชิงชนะเลิศ 9 พ.ย. จะไปสมทบภายหลัง

     สำหรับนักเตะชุดชิงแชมป์อาเซียน มีทั้งหมด 25 คน ผู้รักษาประตู กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, ชนินทร์ แซ่เอียะ/กองหลัง ชยพัทธ์ กิจพงษ์ศรีธาดา , พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, อดิศร พรหมรักษ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, อาทิตย์ ดาวสว่าง, สุทธินันท์ พุกหอม, ประวีณวัช บุญยงค์

     กองกลาง อดุล หละโสะ, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, สารัช อยู่เย็น, ศราวุฒิ มาสุข, ชาริล ชัปปุยส์, ปกเกล้า อนันต์, ภิญโญ อินพินิจ, ประกิต ดีพร้อม, ชนาธิป สรงกระสินธุ์/กองหน้า ชัยณรงค์ ทาทอง, มงคล ทศไกร, สมปอง สอเหลบ, อดิศักดิ์ ไกรษร, กีรติ เขียวสมบัติ, นูรูล ศรียามเก็ม

      โค้ชซิโก้ กล่าวว่า เป้าหมายสูงสุดของทม คือคว้าแชมป์ แต่หากเตรียมตัวไม่ดี ก็เป็นไปได้ว่าอาจตกรอบแรก ดังนั้นขอให้ทุกคนตั้งใจเต็มที่ โอกาสของรุ่นพี่อาจจะเยอะกว่า แต่ในชุดนี้ มี 13 คน ที่ยังเล่นซีเกมส์ ที่สิงคโปร์ และปรีโอลิมปิกได้ ใครไม่ติด 20 คนสุดท้าย ก็ขอให้อย่าท้อ สำหรับในรอบแรก อย่างน้อยต้องมี 7 คะแนน เพื่อเข้ารอบ แต่ยังไงต้องคิดไปทีละนัดก่อน คู่ต่อสู้ทั้ง "เจ้าภาพ" สิงคโปร์, มาเลเซีย และ เมียนมาร์ ล้วนแข็งแกร่ง ไทยจะประมาทไม่ได้ ต้องพยายามให้คู่แข่งประมาทไทยแทน ให้ข่าวบ่อยๆว่ามีเวลาน้อย สำหรับนักเตะในทีม ไม่กังวลเรื่องทักษะ และร่างกาย รอปรับแค่แท็คติกที่จะใช้ร่วมกัน การเตรียมตัว 2 สัปดาห์ น่าจะเห็นผล ตนไม่ห่วงเรื่องความเข้าใจแท็คติกกับนักเตะจากชุดเอเชี่ยนเกมส์ เพราะรวมทีมกันมานาน ส่วนชุดรุ่นพี่ก็ต้องค่อยๆปรับกันไป ไม่น่ามีปัญหา

     ขณะเดียวกัน โค้ชซิโก้ ยังประกาศแต่งตั้ง อดุล หละโสะ เป็นกัปตันทีม และให้ ชยพัทธ์ กิจพงษ์ศรีธาดา กับ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เป็นรองกัปตันทีม ซึ่ง อดุล กล่าวว่า ดีใจที่ได้รับเกียรติ เป้าหมายคือพาทีมคว้าแชมป์ แต่ต้องเตรียมตัวไปอย่างดีที่สุด

     ด้าน นายเกษม จริยวัฒน์วงศ์ กล่าวว่า ในรอบแรกหวังคว้าที่ 1 ในสาย แต่ทุกทีมก็แข็งแกร่ง ส่วนเรื่องอัดฉีด หากได้แชมป์ ก็จะมีผู้ใหญ่ใจดีให้แน่ๆ รวมแล้วอย่างน้อย 12 ล้านบาท

     สำหรับศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ รอบแรก ไทยร่วมกลุ่ม B รอบแรก 23 พ.ย. พบ สิงคโปร์, 26 พ.ย. พบ มาเลเซีย และ 29 พ.ย. พบ เมียนมาร์


ข้อมูลดีๆจาก : dailynews.co.th
 
Top