เมื่อวันที่ 6 พ.ย.57 นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารนมไทย และสมาคมอุตสาหกรรมนมและอาหาร ขอให้กระทรวงเกษตรฯ พิจารณาเพิ่มโค้วต้าพิเศษนำเข้านมผงและและนมผงขาดมันเนย เพิ่มขึ้นอีก 3.2 พันตันเพราะไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ ในขณะที่ปริมาณน้ำนมดิบที่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมผลิดได้ในประเทศ 2.8 พันตันต่อวัน ดังนั้นในขณะนี้ยังไม่สามารถพิจาณาให้นำเข้าได้ จึงให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไปรวบรวมความต้องการใช้ทั้งหมด และประมาณการความต้องการใช้ในระยะเวลา 3-5 ปีข้างหน้าด้วยเพื่อประกอบการตัดสินใจของคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม
" หากเพิ่มโควตานำเข้านมผง ต้องไม่กระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในประเทศ อีกทั้งเอกชนทำสัญญารับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรไปเป็นตามข้อตกลงหรือไม่ ได้ให้กรมปศุสัตว์ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนม และกลุ่มอุตสาหกรรมนม ไปทำข้อมูลแนวโน้มการขยายตัวของการใช้น้ำนมดิบมาหารือ เพื่อเตรียมวางนโยบายในปี 2558 ประกอบทิศทางการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมของประเทศว่า จะเป็นไปในทิศทางใด รวมถึงแนวทางการพัฒนาคุณภาพน้ำนมดิบของไทยด้วย เพื่อเสนอให้ ครม.พิจารณา " นายปีติพงศ์ กล่าว
นายอยุทธ์ หรินทรานนท์ รักษาการอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการนำเข้านมผงและหางนมผงในข้อตกลงขององค์กรการค้าโลกประมาณ 5.5 หมื่นตันต่อปี และนำเข้าตามข้อตกลงของเขตการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลียประมาณ 2.5 หมื่นตันต่อปี ซึ่งครั้งนี้สมาคมมีความต้องการใช้เพิ่มอีกประมาณ 3.2 พันตัน โดยราคานำเข้าอยู่ที่ประมาณ 180 บาทต่อกก.
ทั้งนี้ได้เตรียมยุทธศาสตร์โคนมเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงในประเทศเนื่องจากปัจจุบันมีปริมาณโคนมในประเทศประมาณ 5 แสนกว่าตัว ซึ่งลดลงร้อยละ 2-3 ทุกปี โดยส่วนหนึ่งส่งออกประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อนำไปบริโภค และเลี้ยงผลิตน้ำนมดิบ
ด้านตัวแทนกลุ่มบริษัทเนสท์เล่ประเทศไทย ยังระบุว่า ปริมาณวัตถุดิบมีไม่เพียงพอทำให้เป้าหมายการขยายตัวไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ โดยทางบริษัทต้องลดกำลังการผลิตสินค้าที่ใช้นมผงเป็นส่วนผสม และต้องไปเพิ่มการผลิตที่มาเลเซีย จึงต้องเสนอให้กระทรวงเกษตรฯพิจารณาโควตาพิเศษให้.
ข้อมูลดีๆจาก : dailynews.co.th