นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ กระทรวงการคลังมีภาระชำระดอกเบี้ยเงินกู้ในแต่ละปีอยู่ในจำนวนที่สูง เนื่องจากที่ผ่านมาได้ดำเนินการกู้เงินจำนวนหลายแสนล้านบาท เพื่อไปใช้ในโครงการรับจำนำข้าว โดยกำลังหาทางแก้ไข อย่างไรก็ดี คาดว่าภาระดอกเบี้ยเงินกู้ดังกล่าว จะเป็นภาระต่อคนที่เป็นเด็กในปัจจุบัน และเมื่อโตขึ้นก็ต้องมาใช้หนี้ในส่วนนี้ด้วย
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ปัจจุบันกระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อใช้จำนำข้าวประมาณ 600,000 ล้านบาท ซึ่งมีต้นทุนเฉลี่ย 3% ต่อปี ส่งผลต่อภาระจ่ายดอกเบี้ยถึงปีละ 15,000-18,000 ล้านบาท และหากไม่สามารถเร่งระบายข้าวเพื่อมาใช้หนี้ก้อนดังกล่าวได้ ก็จะทำให้ต้องมีภาระจ่ายดอกเบี้ยจำนวนมากต่อไป
“ที่ผ่านการกู้เงินของ ธ.ก.ส. ส่วนใหญ่จะเป็นการกู้เงินจากสถาบันการเงิน โดยลงนามสัญญาแต่ละครั้งที่เป็นวงเงินก้อนใหญ่ และทยอยเบิกเงินตามการใช้จริง ถึงจะสามารถคิดอัตราดอกเบี้ย มีอายุเงินกู้ 1-2 ปี และขณะนี้มีเงินกู้เริ่มครบกำหนดทำให้ต้องต่ออายุเงินกู้ ทำให้ทางธนาคารพาณิชย์เริ่มจะคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้มากขึ้น ส่งผลต่อภาระจ่ายดอกเบี้ยสูงขึ้นตามไปด้วย”
ขณะเดียวกัน การแก้ปัญหาเงินกู้ โดยการออกพันธบัตรอายุ 30 ปีนั้น สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กำลังการพิจารณาว่าเป็นที่สนใจของตลาดการเงินจำนวนเท่าไร เพราะหนี้วงเงินก้อนใหญ่ 600,000 ล้านบาท ไม่สามารถออกครั้งเดียว และยังต้องรอนโยบายจากฝ่ายการเมือง ว่าจะให้แยกหนี้จำนำข้าวและออกมาเป็นกฎหมายแก้ไขเป็นการเฉพาะเหมือนกับการออก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (เอฟไอดีเอฟ) หรือไม่
ข้อมูลดีๆจาก : dailynews.co.th