เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมร่วม ครม.-คสช. ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ได้รายงานการทำงานด้านความมั่นคงให้รับทราบว่างานด้านความมั่นคงได้เน้นการป้องกันและแก้ปัญหาความขัดแย้งที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ซึ่งแบ่งเป็นเรื่องความยากจน ที่ได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ให้เกิดเป็นรูปธรรม การแก้ปัญหาไร้ที่ทำกิน โดยการเร่งรัดออกเอกสารสิทธิ 27,000 แปลง จัดที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของคนจนกว่า 4,000 แปลง ซึ่งประชาขนได้รับประโยชน์ไปแล้วประมาณกว่า 2,400 ครัวเรือน
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและเป็นธรรมในสังคมนั้น จะมีการยกระดับศูนย์ดำรงธรรม ให้สามารถบริการประชาชนได้เต็มรูปแบบ ซึ่งปัจจุบันมีการแก้ไขปัญหาของประชาชนแล้วเสร็จไปกว่า 190,000 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 90 ของเรื่องราวที่ร้องทุกข์ มีการบูรณาการกำลังทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ ป่าไม้ และฝ่ายปกครอง ในการดูแลรักษาพื้นที่ป่าไม้ พื้นที่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการดำเนินคดีเกือบ 300 คดี ได้พื้นที่ป่ากลับคืนกว่า 10,000 ไร่ นอกจากนี้ยังมีการจัดระเบียบแรงงาน ทั้งแรงงานประมงและแรงงานต่างด้าว ด้านการดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้มีการบูรณาการกำลังทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองและภาคประชาชน ในการรักษาความสงบเรียบร้อย มีการจัดชุดตรวจสถานประกอบการหรือพื้นที่เสี่ยงกว่า 16,000 แห่ง ป้องกันและลดปัญหาอาชญากรรม รวมทั้งปราบปรามผู้มีอิทธิพลอย่างจริงจัง จัดชุดปฏิบัติงานมวลชนและชุดแพทย์ทหาร กำหนดพื้นที่เสี่ยงใน กทม.จำนวน 283 จุด และเร่งจัดตั้งระบบไฟส่องสว่างและกล้องวงจรปิดให้เพียงพอ ซึ่งจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือน ธ.ค.นี้
"นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการต่อการกระทำที่ไม่เหมาะสมต่อสถาบันหลักของชาติ ทั้งทางสื่อและตัวบุคคล มีการปิดเว็ปไซต์ที่หมิ่นสถาบันไปแล้วกว่า 20 แห่ง สถานีวิทยุชุมชนที่ไม่ได้รับอนุญาตเกือบ 2,000 คดี และมีการดำเนินการตามกฎหมายกว่า 30 คดี"พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรี ยังได้ฝากให้ฝ่่ายกฎหมายไปพิจารณาว่าจะติดต่อประสานงานอย่างไร กับ สภาปฏิรูปประเทศไทย(สปท.)กับสภากระจก ที่จะตั้งเวทีคู่ขนานทำงานเรื่องปฏิรูป เพราะไม่อยากให้สังคมเกิดความรู้สึกสับสน เพราะมีช่องทางเสนอนำความเห็นต่างๆอยู่แล้ว การมี 2 สภานี้เกิดขึ้น จะสร้างความสับสนได้.
ข้อมูลดีๆจาก : dailynews.co.th