วันนี้ (15 ส.ค.) รศ.นพ.กำจร ตติยกวี เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวถึงการแยกสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ออกจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ความจริงแล้วการปรับโครงสร้างไม่ใช่ประเด็นหลักที่ สกอ. คำนึงถึงในขณะนี้ แต่เป็นข้อเสนอของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ที่เห็นว่าควรแยกออกมา เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการ แต่จะเป็นรูปแบบทบวง หรือกระทรวงอุดมศึกษาและวิจัยนั้น คงต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาความเป็นไปได้ ส่วน สกอ.ก็จะให้ข้อมูล และเตรียมความพร้อมหากมีมติให้แยกตัวออกจาก ศธ. โดยเฉพาะโครงสร้างของผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของอุดมศึกษา ควรเปิดทางให้อาจารย์มหาวิทยาลัยเข้าสู่ตำแหน่งได้ เพื่อให้การบริหารงานมีการประสานงานกันคล่องตัวขึ้น

เลขาธิการ กกอ. กล่าวต่อไปว่า ส่วนเรื่อง ร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษานั้น ไม่ว่าจะมีการปรับโครงสร้างศธ. โดย สกอ.จะอยู่ใน ศธ.หรือไม่อยู่ใน ศธ. ก็ต้องออก พ.ร.บ.การอุดมศึกษา ทั้งนี้หากมีการแยกเป็นกระทรวงการอุดมศึกษาฯ จริง ส่วนตัวเห็นว่าอำนาจในการกำกับดูแลมหาวิทยาลัย ก็ควรเป็นของ กกอ. ตามที่ได้มีการกำหนดไว้ในร่าง พ.ร.บ.ขณะนี้ ไม่ควรเขียนให้เป็นอำนาจของกระทวงใหม่ เพราะจะทำให้กระทรวงมีอำนาจมากเกินไป

ด้าน รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล) กล่าวว่า ตนยืนยันที่จะเรียกร้องให้มีการจัดตั้งกระทรวงดังกล่าว เพราะพิสูจน์แล้วว่าตลอด 10 ปี ที่ สกอ. ทำหน้าที่กำกับอุดมศึกษาอยู่ในศธ.ไม่สามารถส่งเสริมให้อุดมศึกษาสามารถพัฒนาได้อย่างแท้จริง ขณะเดียวกันกรอบแนวคิดการดำเนินการ บริหารงานของอุดมศึกษา และการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความแตกต่างกัน และทำให้เส้นทางการทำงานของอุดมศึกษาล่าช้า ยืดยาวมากขึ้น แทนที่จะมาถึงสกอ.ส่งต่อไปรมว.ศึกษาธิการ และไปคณะรัฐมนตรีแล้วจบ กลายเป็นว่ากว่าจะผ่านแต่ละเรื่องต้องผ่าน สกอ. ส่งไปปลัด ศธ. ไปรมว.ศึกษาธิการ และเข้าครม. อีกทั้งแนวคิดของคนที่อยู่ตรงกลางของกระทรวงก็ไม่สอดคล้องกับแนวคิดของอุดมศึกษา ดังนั้นการแยกอุดมศึกษาออกจากศธ.จึงมีความจำเป็น ส่วนที่บอกว่าหากแยกแล้วจะทำให้การพัฒนาไม่ต่อเนื่องนั้น ตอนนี้รวมกันอยู่ก็ด้อยไปหมดทุกระดับ ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงอุดมศึกษา ไม่เห็นมีคุณภาพการศึกษาส่วนไหนดีขึ้น.


ข้อมูลดีๆจาก : dailynews.co.th
 
Top