เมื่อวันที่ 10 ส.ค. นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่ สนช.จะไม่ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ(กมธ.)ประจำสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ว่า ก็มีความเป็นไปได้ แต่ก็ต้องดูว่าสมาชิกจะเห็นกันอย่างไร ที่ผ่านมาการตั้งกรรมาธิการประจำคณะต่าง ๆ จะไปศึกษางานที่เกี่ยวข้องหรือมีร่างกฎหมายที่เข้ามาสภา โดยไม่ต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา เป็นการประหยัดเวลาและบุคคลากรไปในตัว แต่ก็มีข้อเสียบ้างคือบางคณะมีการตั้งผู้ชำนาญการผู้เชี่ยวชาญ ตั้งอนุกรรมาธิการ 6-7 ชุด ซึ่งต้องใช้งบประมาณทั้งเบี้ยประชุม เบี้ยดูงาน ค่าใช้จ่ายอื่นๆ อย่างไรก็ตามส่วนตัวไม่ติดใจว่าจะตั้งหรือไม่ตั้งคณะกรรมาธิการฯ แต่ถ้ามีการตั้งคณะกรรมาธิการ ตนก็ขอเสนอให้ สนช.เป็นกรรมาธิการได้ 1 คณะ และแต่ละคณะตั้งอนุกรรมาธิการได้ไม่เกิน 3 คณะ เพื่อให้ สนช.ทำงานได้เต็มที่ และต้องไม่มีการตั้งงบประมาณในการดูงานต่างประเทศ รวมไปถึงตัวประธาน สนช.และรองประธาน สนช.ด้วย ยกเว้นในกรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  

ด้านนายสมชาย แสวงการ สนช. กล่าวว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะไม่มีการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ เพราะกรรมาธิการสามัญมีหน้าที่ตรวจสอบ รับเรื่องราวและปัญหาจากประชาชน ประกอบกับขณะนี้เราไม่มีวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฏร  ที่ผ่านมา สนช.ชุดก่อนก็มีการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญถึง 21 คณะ ซึ่งระยะเวลาการดำรงตำแหน่งก็พอ ๆ กัน หากไม่มีคณะกรรมาธิการสนช.จะทำงานกันแบบไหน อย่างไรก็ตามการจะมีหรือไม่มีต้องเป็นไปตามข้อบังคับการประชุม สนช. เนื่องจากขณะนี้ยังใช้ข้อบังคับการประชุมสนช.ปี 49 ซึ่งมีหลายข้อที่ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี 2557 ดังนั้นคงต้องมีการยกร่างข้อบังคับใหม่ อย่างไรก็ตามเรื่องเร่งด่วนที่จ่อเข้ามาให้ สนช.พิจารณาคือ ร่างพ.ร.บ.งบประมาณร่ายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2558 ซึ่งคาดว่า น่าจะเข้าสู่การพิจารณาของสนช.ประมาณกลางเดือน ส.ค.  

รายงานข่าวจากรัฐสภาแจ้งว่า มีกระแสข่าวว่า สนช.จะไม่มีการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจำ สนช.เนื่องจากว่า ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง 1 ปี คงไม่สามารถทำอะไรได้มาก อีกทั้ง สนช.ส่วนใหญ่เป็นทหารและข้าราชการระดับสูง มีภารกิจประจำอาจไม่มีเวลามาร่วมประชุมคณะกรรมาธิการ และหน้าที่หลักของ สนช.ชุดนี้คือต้องพิจารณากฎหมายเป็นหลัก โดยขณะนี้มีกฎหมายที่รอเข้าสู่การพิจารณาของ สนช.กว่า 40 ฉบับ จึงเห็นว่าไม่ควรตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ แต่อาจเป็นการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณากฏหมายแต่ละฉบับ หรืออาจเป็นไปในลักษณะตั้งคณะกรรมาธิการประสานงาน หรือ วิป ขึ้นมา 1 คณะ เพื่อใช้เป็นคณะการพิจารณาร่างกฎหมาย และเรื่องภายใน สนช. อย่างไรก็ตามทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีการยกร่างข้อบังคับการประชุม สนช.ใหม่ไว้แล้ว โดยในข้อบังคับฉบับใหม่นี้ ก็ยังคงมีการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจำ สนช.อยู่  แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับที่ประชุม สนช.ว่าจะมีมติออย่างไร.

 


ข้อมูลดีๆจาก : dailynews.co.th
 
Top