เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 15 ส.ค. นายวิเชียร ชวลิตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กในวาระพิเศษ ว่า ที่ประชุมได้เสนอความคิดเห็นและพิจารณาถึงปัญหาอุ้มบุญ พร้อมหารือถึงปัญหาการรับจ้างตั้งครรภ์และการดูแลแม่และเด็กที่ยังถูกทิ้งตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546  รวมทั้งข้อท้วงติงถึงช่องโหว่ต่าง ๆ ของร่างพ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีเจริญพันธุ์ทางการแพทย์(กคพ.) เพื่อให้ได้กฏหมายที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหา

นายวิเชียร กล่าวต่อว่าที่ประชุมได้แสดงความเป็นห่วง ผู้ที่ตั้งครรภ์แทน ทั้งกรณีที่รับจ้าง และกระทำอย่างถูกกฎหมายที่อยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์ เนื่องจากกระแสข่าวในขณะนี้ อาจส่งผลให้ผู้ตั้งครรภ์แทนถูกโรงพยาบาลทอดทิ้งและเกิดความเครียดเนื่องจากความไม่เข้าใจในข้อเท็จจริง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเด็กโดยที่ประชุมเห็นว่าควรมีการให้ผู้ตั้งครรภ์แทน เข้าจดแจ้งสิทธิ เพื่อให้ความคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ในระหว่างที่ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีเจริญพันธุ์ทางการแพทย์อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และยังไม่มีการประกาศใช้ ทั้งนี้คณะอนุกรรมการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก จะนำประเด็นดังกล่าวเสนอต่อคณะกรรมการเด็กแห่งชาติ ที่จะมีการประชุมภายในสัปดาห์หน้า และหากที่ประชุมมีมติเห็นชอบพม.ในฐานะสำนักเลขานุการคณะกรรมการเด็กแห่งชาติ จะเปิดดำเนินการให้ผู้ที่ตั้งครรภ์แทนมาทำการจดแจ้งสิทธิ เพื่อให้ความคุ้มครองต่อไป

 


ข้อมูลดีๆจาก : dailynews.co.th
 
Top