การแข่งขันกอล์ฟเมเจอร์สุดท้ายของปี รายการพีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ ชิงเงินรางวัลรวม 10 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 320 ล้านบาท) ที่สนามวัลฮัลลา กอล์ฟ คลับ ระยะ 7,458 หลา พาร์ 71 ในเมืองหลุยส์วิลล์ มลรัฐเคนตัคกี ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจบรอบ 3 ผลปรากฏว่า

    รอรี แม็คอิลรอย นักหวดมือ 1 ของโลก จากไอร์แลนด์เหนือ ยังทำผลงานยอดเยี่ยมต่อเนื่อง เมื่้อทำเพิ่มอีก 4 อันเดอร์พาร์ 67 ทำให้สกอร์รวม 13 อันเดอร์พาร์ 200 รักษาตำแหน่งผู้นำเดี่ยวเอาไว้ได้ต่อไป แต่นำหน้าอันดับ 2 นั่นคือ แบรนด์ ไวส์แบร์เกอร์ ม้ามืดจากออสเตรีย ที่ทำเพิ่ม 6 อันเดอร์พาร์ 65 สกอร์รวม 12 อันเดอร์พาร์ 201 แค่สโตรกเดียว

    แม็คอิลรอย วัย 25 ปี ทำผลงานไม่ดีนักใน 9 หลุมแรก โดยทำแค่ 2 เบอร์ดี้ และเสีย 1 โบกี้ แต่มาคืนฟอร์มในช่วง 9 หลุมหลัง โดยเก็บได้ถึง 4 เบอร์ดี และเสียแค่โบกี้เดียว อีกทั้งยังทำ 3 เบอร์ดี ใน 4 หลุมสุดท้าย รวมถึงเบอร์ดีที่หลุม 18 ทำให้ยังคงนำเดี่ยวต่อไป

    ก่อนหน้านี้ แม็คอิลรอย เคยได้แชมป์เมเจอร์มาแล้ว 3 รายการ ซึ่งในจำนวนนี้ เขาเป็นผู้นำหลังจบวันที่ 3 ทั้งหมด ไล่ตั้งแต่ยูเอส โอเพ่น 2011 ซึ่งนำถึง 8 สโตรก, พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ 2012 นำ 3 สโตรก และดิ โอเพ่น แชมเปี้ยชิพ 2014 เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งนำถึง 6 สโตรก ทำให้นี่จะเป็นการนำด้วยสโตรกน้อยที่สุดก่อนรอบสุดท้ายของยอดโปรไอริช

    แม็คอิลรอย ซึ่งถ้าหากได้แชมป์จะทำสถิติเป็นนักกอล์ฟคนแรก นับตั้งแต่ เปแดรก แฮร์ริงตัน นักหวดจากไอร์แลนด์ ที่ได้ทั้งแชมป์ดิ โอเพ่น และต่อด้วย พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ ในปีเดียวกัน เผยว่า "ยังไงเสีย มันก็เป็นตำแหน่งที่ยอดเยี่ยม มันอาจจะไม่ใช่การนำห่างที่สุดเท่าที่ผมเคยมี แต่ผมก็ยังควบคุมสถานการณ์ของการแข่งขันเอาไว้ได้ มันเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดในสนาม และผมก็ไม่อยากไปอยู่ที่อื่น"

    ด้าน ไวส์แบร์เกอร์ วัย 28 ปี เคยได้แชมป์ยูโรเปี้ยน ทัวร์ แค่ 2 รายการเท่านั้น นับตั้งแต่เทิร์นโปร เมื่อปีค.ศ. 2006 และตกรอบในรายการเมเจอร์ 4 จาก 5 รายการ ที่ลงเล่นก่อนหน้านี้ แต่เขากำลังจะได้ออกรอบกับ แม็คอิลรอย ในก๊วนสุดท้าย ของรายการเมเจอร์ ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า "มันเหมือนกับความฝันที่เป็นความจริง ผมภูมิใจมากกับตัวเอง และการเล่นของตัวเองในทัวร์นาเมนต์นี้ ไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม"

    ส่วนอันดับ 3 ที่ตามมา ได้แก่ ริคกี ฟาวเลอร์ โปรหนุ่มเจ้าถิ่น ที่ทำเพิ่ม 4 อันเดอร์พาร์ 67 สกอร์รวม 11 อันเดอร์พาร์ 202 ตามหลังผู้นำแค่ 2 สโตรก ขณะที่ ฟิล มิคเคลสัน แชมป์เมเจอร์ 5 สมัย ชาวอเมริกัน ก็มีลุ้นแชมป์อีกครั้ง เมื่อทำเพิ่ม 4 อันเดอร์พาร์ 67 สกอร์รวม 10 อันเดอร์พาร์ 203 รั้งอันดับ 4 ร่วม เท่ากับ เจสัน เดย์ โปรหนุ่มจากออสเตรเลีย โดยทั้งคู่ตามหลัง แม็คอิลรอย แค่ 3 สโตรกเท่านั้น.


ข้อมูลดีๆจาก : dailynews.co.th
 
Top