เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ที่สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษา คสช. กล่าวในงาน “เส้นทางการปฏิรูปประเทศไทย” ว่า สองสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีกระบวนทางการเมืองที่สำคัญ เริ่มจากมีรัฐธรรมนูญชั่วคราว ต่อมามีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)และระหว่างนั้นก็มีพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการสรรหาสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) โดยกระบวนการต่อไปภายในหนึ่งสัปดาห์ หรืออาจเลยเวลาไปอีกเล็กน้อย สนช.ก็คงจะมีการเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากนั้นอีกหนึ่งสัปดาห์ นายกฯ จะได้จัดตั้งรัฐบาล และคาดว่าช่วงต้นเดือน ก.ย.รัฐบาลจะแถลงนโยบายต่อ สนช. แม้รัฐธรรมนูญชั่วคราวจะไม่ได้กำหนดไว้ แต่ถือเป็นประเพณีปกครองที่ต้องทำ

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า สปช.ถือเป็นองค์กรที่เกิดขึ้นใหม่และมีความสำคัญ ในการคิดอ่าน เสนอแนะแนวทางปฏิรูปประเทศ แต่ผู้ที่ทำการปฏิรูปคือรัฐบาลเอง เจ้าหน้าที่รัฐ และภาคเอกชน ทั้งนี้การจะให้หลายภาคปฏิรูปไปในทิศทางเดียวกัน ถือเป็นเรื่องยากจึงได้มีการตั้ง สปช.ขึ้นมา เพื่อที่จะได้คิดแนวทางให้เป็นทิศทางเดียวกันเพื่อให้เป็นกิจลักษณะ ขณะเดียวกัน สปช.ไม่ได้ผูกขาดแค่ 250 คน เพราะในประเทศมีคนจำนวนมากที่มีความสามารถแต่อาจขาดคุณสมบัติ ดังนั้นทุกภาคส่วนก็สามารถเสนอแนวทางการปฏิรูปผ่านหน่วยงานต่าง ๆ ได้ เพราะที่สุดแล้วหน่วยงานต่าง ๆ ก็จะเสนอความคิดเห็นเหล่านั้นมายัง สปช.

นายวิษณุ กล่าวอีกว่า สปช.ถือเป็นของใหม่ แม้ความคิดที่จะมีเวทีแบบนี้เคยมีมาก่อนหน้านี้ แต่ที่จะเรียกว่า สปช.และระดมคน ความคิดและมีอำนาจหน้าที่เช่นนี้ คิดว่าแนวทางการปฏิรูปน่าจะเป็นไปได้ เพราะการปฏิรูปเปรียบเสมือนการตบมือ หาก คสช. ตบมือข้างเดียวคงไม่ดัง ต้องมีมืออีกข้างของพวกท่านทั้งหลายในการเสนอแนะแนวทางการปฏิรูป เสียงถึงจะดังขึ้น หากคสช.คิดแนวทางการปฏิรูปเองได้ ก็คงทำไปตั้งแต่สองเดือนที่แล้ว วันนี้จึงเป็นเวลาที่ต้องเชิญมืออีกข้างมาทำให้เสียงดังขึ้น และระยะเวลา 1 ปี เราก็ต้องทำในสิ่งที่เร่งด่วนก่อน โดยมี สปช.เป็นเจ้าภาพ

นายวิษณุ กล่าวเพิ่มเติมว่า การปฏิรูป คือการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงประเทศไปในทางที่ดีขึ้น หากปรับปรุงอะไรเล็กน้อย ทำได้ในระยะเวลารวดเร็ว แต่ไม่สามารถเรียกว่าปฏิรูปได้  เพราะการปฏิรูปคือเปลี่ยนรูป แปลงร่างใหม่ คนที่อธิบายคำว่า “ปฏิรูป”ได้ดี คือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อ 130 ปีที่แล้ว ท่านทรงรับสั่งว่าประเทศสยามเปรียบเหมือนเรือที่ต้องออกหาปลาทุกวัน ทำแบบนี้ทุกวัน เรือจึงทรุดโทรม ทำได้เพียงแค่ปะผุไปวัน ๆ หากทำแบบนี้ ก็เห็นว่าเรือจะล่มเป็นแน่จึงจำเป็นต้องจอดเรือ ตั้งธง เปลี่ยนไม้ ตอกตะปู ขึงใบใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องจอดเรือแรมเดือน ระหว่างนั้นต้องหาเรือเล็กออกทะเลหาปลาไปก่อน ประเทศสยามเปรียบเหมือนเรือลำนั้น ดังนั้นวันนี้ประเทศไทยเราจะทำแค่ปะผุ หรือจะยกเครื่องนี่คือคำตอบว่าปฏิรูปคืออะไร สำหรับคำถามที่ว่าทำไมต้องปฏิรูป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.อธิบายไว้ชัดเจน ว่า ปกติอะไรที่ใช้นานย่อมเสียเป็นธรรมดา ประเทศอยู่มานานก็ต้องซ่อมและทำนุบำรุง โลกเปลี่ยน คนเปลี่ยน ระบบก็ต้องเปลี่ยน วิธีคิดก็ต้องเปลี่ยน เพราะแค่หยุดเดินก็ถือว่าถอยหลัง นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมต้องปฏิรูปประเทศ

นายวิษณุ ยังกล่าวถึงวิธีการปฏิรูปว่า สปช.จะเป็นเจ้าภาพ เมื่อ สปช.เสนอแนะอะไรมาก็จะมีผู้รับไปดำเนินการ เช่น รัฐบาล หน่วยงานภาครัฐ เป็นต้น นอกจากนี้ยังให้อำนาจ สปช.ในการยกร่างกฎหมายที่เห็นว่าล้าหลังด้วย โดยหน้าที่หลัก ๆ มีอยู่ 2 เรื่อง คือ การเสนอแนวทางการปฏิรูป และการให้ความเห็นชอบรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะร่างขึ้นมาในระยะเวลา 4 เดือนตามแนวทางที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวทั้ง 11 ด้าน ซึ่งในส่วนนี้ สปช.มีอำนาจดูว่ามีส่วนใดแก้ไขหรือไม่ แล้วเสนอกลับไปให้ กมธ.พิจารณา แต่หลังจากนั้นจะไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญอีก ทำได้เพียงแค่เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้น อย่างไรก็ตามเมื่อมี สปช.ขึ้นมาแล้วก็หวังว่าจะมีแนวคิดดี ๆ ส่งไปยังรัฐบาล หากรัฐบาลดำเนินการไม่เสร็จภายใน 1  ปีตามที่กำหนด ก็เชื่อว่าการปฏิรูปต้องเดินหน้าต่อไปอีก

จากนั้นนายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้ชี้แจงขั้นตอนการสรรหา สปช.ระดับจังหวัด และรายละเอียดในการเสนอรายชื่อบุคคลเข้าสู่การสรรหาเป็น สปช.ทั้ง 11 ด้าน พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงบุคคลที่จะเข้าสู่การสรรหาเป็นสปช.ว่าต้องกรอกข้อมูลที่เป็นจริง หากพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ จะถือเป็นความผิดทางอาญาได้ เพราะเอกสารดังกล่าวถือเป็นเอกสารราชการ.  

 


ข้อมูลดีๆจาก : dailynews.co.th
 
Top