นายประชา ชัยสุวรรณ
ประธานชมรมผู้ติดตามหนี้ที่เป็นธรรมและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เชฎฐ์
คอลเลคชั่น แมนเนจเมนท์ เปิดเผยว่า
สถานการณ์ของกลุ่มลูกหนี้ที่ค้างชำระหรือปัญหาลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดราย
ได้ (เอ็นพีแอล)
เริ่มมีสัญญาณความรุนแรงเหมือนในช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งปี 2540
แต่ครั้งนี้จะมีการกระจายปัญหาลูกหนี้ที่ลงสู่รากหญ้าและเป็นวงกว้างมากกว่า
ขณะนี้บริษัทดำเนินการฟ้องร้องผู้ค้างชำระหนี้เพิ่มขึ้นเท่าตัว จากเดิมจะฟ้องดำเนินคดีเดือนละ 400-500 คดี ปัจจุบันส่งฟ้องดำเนินคดีประมาณเดือนละ 1,000 คดี หรือเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งศาลก็ขยายเวลาการทำงานจากเวลา 15.30 น. เป็นเวลา 16.00-17.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ ก็ยังนัดพิจารณาคดี สะท้อนได้ว่าปัญหาคดีเกี่ยวกับสินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่มมากขึ้น
อีกทั้งขณะนี้ลูกหนี้เริ่มขอลดวงเงินการผ่อนชำระหนี้เดือนละ 500-1,000 บาท ซึ่งเพื่อเป็นการผ่อนซื้อเวลาไม่ให้บริษัทฟ้องร้องดำเนินคดี ซึ่งการผ่อนชำระหนี้ 400-500 บาทต่อเดือน ซึ่งไม่เพียงพอที่จะหักดอกเบี้ยและไม่ได้ไปตัดเงินต้น ซึ่งเมื่อเทียบกับยอดหนี้ที่ค้างชำระแล้วลูกหนี้จะต้องชำระ 200 ปีก็ไม่หมดหนี้
“ปัญหาลูกหนี้รายย่อยขณะนี้เป็นวงกว้างมากกว่าวิกฤตต้มยำกุ้ง ช่วงนั้นมนุษย์เงินเดือนตกงานเพราะธุรกิจปิดกิจการ แต่ขณะนี้เป็นกลุ่มลูกหนี้ที่เริ่มมีบัตรเครดิตครั้งแรก เนื่องจากนโยบายรัฐบาลขึ้นค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท และปรับเงินเดือนระดับปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาท ทำให้มีกลุ่มนี้เข้ามาเป็นหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลมากขึ้น”นาย ประชา กล่าว
ขณะนี้บริษัทดำเนินการฟ้องร้องผู้ค้างชำระหนี้เพิ่มขึ้นเท่าตัว จากเดิมจะฟ้องดำเนินคดีเดือนละ 400-500 คดี ปัจจุบันส่งฟ้องดำเนินคดีประมาณเดือนละ 1,000 คดี หรือเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งศาลก็ขยายเวลาการทำงานจากเวลา 15.30 น. เป็นเวลา 16.00-17.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ ก็ยังนัดพิจารณาคดี สะท้อนได้ว่าปัญหาคดีเกี่ยวกับสินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่มมากขึ้น
อีกทั้งขณะนี้ลูกหนี้เริ่มขอลดวงเงินการผ่อนชำระหนี้เดือนละ 500-1,000 บาท ซึ่งเพื่อเป็นการผ่อนซื้อเวลาไม่ให้บริษัทฟ้องร้องดำเนินคดี ซึ่งการผ่อนชำระหนี้ 400-500 บาทต่อเดือน ซึ่งไม่เพียงพอที่จะหักดอกเบี้ยและไม่ได้ไปตัดเงินต้น ซึ่งเมื่อเทียบกับยอดหนี้ที่ค้างชำระแล้วลูกหนี้จะต้องชำระ 200 ปีก็ไม่หมดหนี้
“ปัญหาลูกหนี้รายย่อยขณะนี้เป็นวงกว้างมากกว่าวิกฤตต้มยำกุ้ง ช่วงนั้นมนุษย์เงินเดือนตกงานเพราะธุรกิจปิดกิจการ แต่ขณะนี้เป็นกลุ่มลูกหนี้ที่เริ่มมีบัตรเครดิตครั้งแรก เนื่องจากนโยบายรัฐบาลขึ้นค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท และปรับเงินเดือนระดับปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาท ทำให้มีกลุ่มนี้เข้ามาเป็นหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลมากขึ้น”นาย ประชา กล่าว